Wednesday, July 22, 2009

Men and Makeup

เป็นเพราะไปอ่านบล๊อกนี้เข้า http://ooglemakeup.blogspot.com/2009/06/men-and-makeup.html

ซึ่งจุดประกายเล็กๆ ทำให้อยากโพสต์อะไรเกี่ยวกับป้อจายซะหน่อย ไอ้พวกผู้ชายที่บ้าน ไม่ต้องพูดถึง โลชั่นก็ไม่ทา บอกให้ทากันแดดซะบ้าง…พูดแล้วโมโหเกิด-ทั้งสองฝ่าย ก็เลยอย่ามายุ่งกัน แค่อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน หวีหัวซะหน่อย ก็ไปได้หลายร้อยลี้

จากบล็อกที่อ่าน เป็นกู้ดอินโฟ สืบเนื่องมาตั้งแต่โบร่ำโบราณนานมา ตุ๊ด-แดร๊ก-แต๋ว สิงอยู่ในประวัติศาสตร์ไม่ได้ขาด แล้วก็ เออนะ… น่าสนใจ มุมมองคนเราต่างกันไป ผู้ชายก็รักสวยรักงามตลอดมาตั้งแต่อดตชาติยันปัจจุบัน ในชีวิตประจำวัน สื่อต่างๆ ทีวี แม๊กกาซีนทั้งหลาย ก็จะเห็นมีโพรดักซ์ไลน์ใหม่ๆ ซึ่งเค้าไม่ลืมที่จะแยกผลิตขึ้นเพื่อผู้ชาย กลายเป็นเรื่องที่ไม่ประหลาดที่ผู้ชายจะเป็น “ไก่งามเพราะขน-คนงามเพราะแต่ง” บ้าง เชื่อสิ…มาร์เก็ตนี้ไม่เล็กหรอก ธุรกิจนี้ “เฟื่อง” แบบไม่แอบ เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ว่าหญิงหรือชายให้ความสำคัญ “ลุ๊ค” ไม่แพ้กัน และเอาใจใส่สุขภาพแบบ inside out เลยทีเดียว เห็นได้จากผลิตภัณฑ์อาหารเสริม วิตามิน ฯลฯ ที่ฝ่ายมาเก๊ตติ้งบริษัทใหญ่ๆ “นอน” ทำตลาดก็ได้ เพราะคอนซูมเม่อร์กระตือรือร้นที่จะซื้อ รวมถึงสินค้าประเภทบำรุงผิว เครื่องสำอาง จะแตกไลน์ให้กับหนุมๆ โดยเฉพาะ บูมๆๆๆๆ จนน่าจับตามอง บางทีเห็นผลิตภัณฑ์ที่เค้าเจาะจงทำออกมาเพื่อหนุ่มๆ ช่างน่าสนใจแฮะ ทาเก็ต สิว ฝ้า หน้าหลุม ต่างๆ กันไป คล้ายๆ ของผู้หญิง คลิปที่เอามาแปะให้ดู เป็นการ “โบ๊ะ” แบบแมนๆ เท่านั้น โดยเฉพาะคลิปแรก ทำได้ดี ไม่ overdo นายแบบหน้าตาน่าเอ็นดู อยากรับอุปการะ 5555 เชิญชมจ้า


Make-Up For Men: How To Use Make-Up For Men

ส่วนไอ้คนนี้แต๋วหน่อยๆ …มีหน้าผากให้ทา ครีม แป้ง บรอนเซ่อร์ ฯลฯ ….เยอะดี ทามันส์เลยแหละ 5555 แต่ทริป+ทริก ถือว่า อีซี่ อีซี่ ทำออกมาแล้วดูดี สำหรับผู้ชาย

ไอ้คนนี้ แต่งเพราะความจำเป็น 555 แต่งหน้าแบบผู้ชายๆ สำหรับ ทีวี camera ready

ไอ้นี่ก็จะงามเกินหญิง แต๋วตุ๊ดซะ พิธีเยอะ ตอนจบ ฮานาก้ามากๆ คาบาเร่ต์สุดๆ

ไอ้คนนี้ done by PRO ทำซะเกือบตุ๊ด แก้มส้มไปหน่อย แต่นายแบบทะเล้นดี

นี่ถ้าอีฝรั่งที่บ้านต้องแต่งหน้าทาแป้งแบบนี้มันต้องตื่นตี 4 แหละ เพราะผู้ชายอะไรไม่รู้อาบน้ำนานมาก จะไปไหนที…บ้านนี้หญิงรอชายค่า อิชั้นอาบน้ำอาบท่าแต่งหน้าหวีหัวเสร็จแล้วนอนได้อีกงีบนึงแหละ กว่าพ่อคุณจะเสร็จ ขัดสีฉวีไข่อะไรนักหนาก็ไม่แซบ วันหลังจะไปแอบดู 55555

พักนี้ขยันทำบล็อก 5555 ก๊อป-แปะ ง่ายจะตายไป อิอิ

Monday, July 20, 2009

Ooh La La Barista

วันนี้อยากคุยเรื่องกาแฟ้….กาแฟ จริงๆ ที่ยิ๋งทดดื่มน่ะ เค้าเรียกว่า “โอยั๊วะ” มากกว่า เพราะไม่ชอบใส่ครีม หรือนมลงไปในกาแฟ แต่เติมน้ำตาลไปพอให้หวานอร่อย

จากผลงานวิจัยทั้งหลายแหล่ ทีวิจัยแล้ว วิจัยอีก บ้างก็ว่าดื่มกาแฟดีต่อสุขภาพ เลวต่อสุขภาพ ดื่มได้วันละ 8 แก้ว หรือดื่มได้ไม่เกินครึ่งแก้ว หรือไม่ดื่มเลยจะดีกว่า แล้วแต่จะว่ากันไป จากที่เป็นที่ชอบ ฟัง ดู และ อ่านทุกวัน ผลงานวิจัยของอะไรต่ออะไรเปลี่ยนไปตลอดเวลา ของกาแฟก็เหมือนกัน เดี๋ยวว่าดี เดี๋ยวว่าไม่ดี  อย่างไอ้ข้างล่างก็ว่าดี ป้องกันได้หลายโรค โดยเฉพาะเบาหวาน 55555 อิชํ้นกินกาแฟวันละ 1 แก้ว แต่เบาหวานแด๊ก 5555

Coffee: The New Health Food?

Plenty of health benefits are brewing in America's beloved beverage.

By Sid Kirchheimer / WebMD Feature

Reviewed by Michael W. Smith, MD

Want a drug that could lower your risk of diabetes, Parkinson's disease, and colon cancer? That could lift your mood and treat headaches? That could lower your risk of cavities?

If it sounds too good to be true, think again.

Coffee, the much maligned but undoubtedly beloved beverage, just made headlines for possibly cutting the risk of the latest disease epidemic, type 2 diabetes. And the real news seems to be that the more you drink, the better.

Reducing Disease Risk

After analyzing data on 126,000 people for as long as 18 years, Harvard researchers calculate that compared with not partaking in America's favorite morning drink, downing one to three cups of caffeinated coffee daily can reduce diabetes risk by single digits. But having six cups or more each day slashed men's risk by 54% and women's by 30% over java avoiders.

มีให้อ่านอีกยาวปู้ดดดด…. น่าสนใจนะไปอ่านกันซะ พวกคอ Jolt … 5555

Thanks > > http://men.webmd.com/features/coffee-new-health-food

ที่บอกว่า Ooh La La Barista ก็เพราะว่า ชอบดื่มกาแฟที่หอม เกลียดกาแฟที่เปรี้ยว แต่ไม่ใช่เซียน ก็เลยลองมาเรื่อย ก่อนหน้านี้ชอบกาแฟของ Dunkin Donuts ซื้อมาบริโภคอยู่หลายถุง สุดท้ายมาลงเอยที่  Pike Place ของ Starbucks ทีแรกก็คิดว่ามันแพงกว่ากาแฟคั่วเม็ดตามท้องตลอดทั่วไป แต่ถ้าเทียบด้วยราคาต่อน้ำหนักแล้ว ซะไพ้ …surprised!!!! ถูกกว่าหลายๆ ยี่ห้อมาก ปอนด์ละ $9.95 ก็เอามาบดเองทีละนิดละหน่อย แล้วเม็ดที่เหลือห่อใส่ฟรีซเว่อร์ไว้ ส่วนที่บดแล้วก็ใส่ Tupperware เก่าๆ เน่าๆ ท่วมไปด้วยรอยขูดขีดขัดถูจากแผ่นขัด Scotch-Brite 5555

KitchenPage-02

ส่วนเครื่อง brew กาแฟของยิ๋งทดก็ Cheapie Cheap ตามปกติ ซื้อมา $29.99 นานมากแล้ว มันต้มได้ทีละ 1 แก้ว เพราะอีก๊อตไม่กินกาแฟต้ม มันบอก “กระแดะ” 5555 จากที่เคยใช้เครื่อง 12 ถ้วย ไปลาก Coffee Maker ของ Kitchen Aid แบบ 4 ถ้วยมา น่ารักเชียวเมื่อเทียบกับไอ้ใหญ่ยักษ์อันเก่า ถึงจะขนาด 4 ถ้วย พอต้มแล้วก็เหลือทิ้งประจำ อุ่นไว้ทั้งวันก็ไม่เคยกลับมากินแก้วที่ 2 จะต้มทีละแก้วก็ขาดๆ เกินๆ แถมต้องมาล้างไอ้ “หม้อ” กาแฟนั่นอีก พอค้นพบไอ้ Hamilton Beach 3-in-1 Hot Beverage Center (โวไว้ว่า – Brews ground coffee or pods, tea bags, loose tea or tea pods; boils water for tea, oatmeal, soups and more..) ก็ถูกใจเป็นนักหนา อยากไปซื้อมาเก็บไว้อีก 2 เครื่อง เพราะบ้า 55555 กลัวมันเลิกผลิต จริงๆ กว่าจะซื้อ เลือกอยู่นาน ชอบอยู่หลานรุ่นหลายยี่ห้อ ที่โปรดๆ ถูกชะตามากมายก็แพงอิ๊บอ๋าย แถมใช้ coffee pods, coffee pads แพง และแฟนซีหนักเข้าไปอีก ไอ้ pod & pad  ก็หาซื้อแถวบ้านนอกลำบาก ยังไงก็ไม่กล้าซื้อ เพราะไม่ได้หาเองต้องขอตังค์ปั๋ว 555 สรุปว่าไอ้เครื่องนี้ถูกตังค์ ถูกใจ มากๆ

KitchenPage-01

In English, barista is a name applied to a person, usually a coffeehouse employee, who prepares and serves espresso-based coffee drinks. The word is borrowed from Italian, where it has a wider meaning of "bartender". The term persists in American coffeehouse jargon, with many employers such as Starbucks officially utilizing the title for such employees. Often, among coffee enthusiasts, the term is reserved for one who has acquired some level of expertise or particular skill in the preparation of such drinks. Within certain circles, its meaning is expanding to include what might be called a "coffee sommelier" — a professional who is highly skilled in coffee preparation with a comprehensive understanding of coffee, coffee blends, espresso, quality, coffee varieties, roast degree, espresso equipment and maintenance.

The word barista is of Italian origin. In Italy, a barista is a male or female "bartender", who typically works behind a counter, serving both hot drinks (such as espresso), and cold alcoholic and non-alcoholic beverages. The plural in English is baristas, while in Italian the plural is baristi for masculine or mixed sex (baristi: “barmen”, “bartenders”) or bariste for feminine (bariste: “barmaids”).

Thanks > > http://en.wikipedia.org/wiki/Barista

นอกจากชอบดื่มกาแฟ (วันละแก้ว) แล้ว อิชั้นยังชอบอไรๆ รสกาแฟด้วยนะคะ อะไรๆ ที่น่าว่าน่ะ ก็ เค้ก ขนมนมเนย แคนดี้ทั้งหลาย วุ้นแบบไทยๆ รสกาแฟโอเลี้ยง หลานเย็น ฯลฯ ที่ไม่เคยขาดบ้านก็คือไอศครีมรสกาแฟ ต้องขอ “โว” ว่าลองมาโม้ดดดดด…… เท่าที่หาได้ทั่วราชอาณาจักรไทยและมาเดร่าแลนด์ ที่อร่อยเหลือหลายถูกใจอ้วนเป็นยิ่งนัก แพงด้วยนะ (แพงสำหรับอิชั้นจริงๆ นะ) ราคา $4.99 ต่ะ 1 ไพท์ ยี่ห้อ McConnell’s รสที่ชื่นชอบก็คือ Brazillian Coffee ต้องซื้อมาทีละ 2 อัน เพราะไอ้ลูก 2 คน..ดั๊น…มาชอบเหมือนแม่ 555

IMG_8770

ว่าจะคุยเรื่องกาแฟ แต่ขอแถมเรื่องเครื่องดื่ม L-ก-ฮ ของยิ๋งทดซะหน่อย อิชั้นจะมี “ไวน์” ที่เริ่ดๆ อยู่เต็มบ้าน (เซียนไวน์อย่าอิจฉา) เพราะซะมีอิชั้นเป็นกำมะกอน-โฟร์แมน ที่โรงงานไวน์ แต่อีตาคนนี้ “ไม่ดูด-ไม่ดื่ม” คิดกันไปไกลเชียว… อีก๊อตมันไม่ดูดบุหรี่และไม่ดื่มของมึนเมาทุกชนิด ก็เท่านั้น 5555 แต่เวลาเค้ามีอะไรเริ่ดๆ ก็จะลากมาฝากคุณเมีย ด้วยที่อิชั้นมิใช่ Big Fan ไวน์ จะดื่มให้ดูดี ดูตะกายดาว ทำเพื่อความเก๋ไก๋ ก็ทำได้ไม่งาม เพราะมันไม่รักไม่ชอบ 

จากที่เริ่มเป็นอีเมรีคี่เมาก็ตอนเรียน ป.ตรี เป็น 1 หญิงในกลุ่มเพื่อนซี้ชายล้วน 5 คน พวกมันส่วนใหญ่เป็นกุมารจีนมีอันจะกิน หญิงเดี่ยวมือหนึ่งไปไหนไปกันกะพวกมัน แม้แต่เวลามันจะไป “สีหญิง” ก็ยังเสือกเหน็บเอาอิชั้นไปด้วยซะทุกที เกิดการเข้าใจผิดบ่อยๆ เลย “สี” ไม่ติด หรือติดยาก 5555 วนมาถึงเรื่องเมาๆ พวกเราดวดดื่มกันได้ทุกที่ ตั้งแต่เล้านจ์หรู จนถึงร้านส้มตำหน้าปั๊ม 5555 ด้วยที่เป็น 1 หญิง 5 ชาย บางทีก็โดน “หาร” แต่ส่วนใหญ่อิชั้น “ตีตั๋วเด็ก” ฟรีเป็นส่วนใหญ่ อยากจะบอกว่าด้วยที่เริ่มการ “กินเหล้า” ด้วย เหล้า ไม่ใช่เบียร์ หรือไวน์ ใดๆ ทั้งสิ้น แม่โขง แสงทิพย์ รีเจนซี่ Chivas Regal แบล๊ค เรด โกลด์ เลเบิ้ล หรือ เลเบ้ว อะไรๆ ก็ว่าไป จะดวด จะกระดก ผสมน้ำ หรือ โค้ก แต่ที่ “ถนัด” คือ โซดา+น้ำแข็ง ค่ะ ด้วยมันเป็นเช่นนี้ จึงไม่ถนัดไวน์เลย พอมาทำงานต้อง ดมคอร์ก แกว่งๆ วนๆ แก้วก้านยาว ดมๆ อมๆ ถุยๆ จิบๆ ซดๆ (ทดไม่ถุย-อุจาด+เสียดาย) ให้เหมือนคนอื่น มันช่างกล้ำกลืนฝืนใจตัวเอง แต่ทดก็ทำได้งามเหมาะเจาะทุกงาน (ขอชมตัวเอง ก๊ากกก…) ส่วนเบียร์ก็พอได้ ตอนอยู่เมืองไทย ชอบ Kloster และ Heineken พอมาอยู่เมืองไอ้กันชอบ “ขวดเขียว” 5555 Heineken เท่านั้น เพราะไม่มีคลอสเต้อร์ขาย Heineken Premium Light Beer ก็ไม่อาวววววว ม่ายชอบ

page-89

Corona เป็นเบียร์ที่บริษัทของซะมีนำเข้าและจัดจำเหน่ายใน North America ได้มาฟรีๆ เป็นลังๆ อยู่บ่อยๆ ไม่ช้อบ ไม่ชอบ ลองกี่ทีก็ไม่ชอบ จำได้ว่าตอนอยู่กุงเต้บเมืองฟ้าอมร เซ็งๆ คนเดียว เลิกงาน ไม่อยากไปไหนกับใครก็จะไปนั่งก๊งอยู่คนเดียวที่ Hard Rock Cafe อาทิตย์ละ 2-3 คืนเชียวนะ ก็จะดวดโคโรน่า ซัก 2-3 ขวด+ดินเน่อร์ ให้มันเสร็จๆ จบๆ ก่อนกลับบ้าน กิน+ดื่มเสร็จก่อน 3 ทุ่มทุกที ร้านเค้ายังไม่ดกดื่น คนไม่พลุกพล่าน สบายใจสบายตามากๆ ถ้านั่งคนเดียวดึกๆ แหวะ แมงวันแมงสาบนานาสัญชาติ ต่างๆ son ดานจะกวน สาเหตุที่ชอบไปที่นั่นคนเดียวเพราะใกล้ที่ทำงาน+บรรยากาศดี บริกรถูกใจ เกือบซี้คบเป็นเพื่อนหลายคน นานๆ เพื่อนฝูงจะนัดเจอกันที เพราะต่างก็ทำงานทำการอยู่ไกลมากจากที่ๆ เราสะดวก จะไปที่ที่ใกล้มันเราก็ไม่สะดวก การจราจรกุงเต๊บ.. เชอะ อย่าไปพูดถึง มาได้ก็จะรอ มาไม่ได้ ก็ไว้เจอกันเมื่อชาติต้องการนะเพื่อน เป็น “โดดเดี่ยวผู้น่ารัก” อย่างนั้นอยู่หลายปีเชียวนะ (พอมีลูกชีวิตอิชั้นเปลี่ยนไปเย๊ออออะ…..555) กว่าจะฉลาดรู้ว่า กรูไม่ชอบเบียร์ “ห่า” นี่เลย ความรู้สึกช้ามาก 5555 บ้าชิบเป๋ง 5555 แหมไปนั่งที่แบบนั้น เห็นใครๆ ก็แด๊กโคโรน่า ก็ตามเค้าไปนิ ตามฟายอยู่นาน (กลัว “เห่ย” เป็นตัวปนะหลาด) สุดท้ายก็กลับมาซบอก Kloster และขวดเขียว ตามปกติ ต้องขออภัยพี่สิงห์ หงิงๆๆๆๆๆ ถึงจะสายเลือดเดียวกัน แต่ไม่ค่อยชอบพี่สิงห์ หงิงๆๆ เลยง่ะ

IMG_9637

ที่จะ “โอ่” วันนี้ ก็คือ หลังจากที่ลองสารพัดเครื่องปรุงสำหรับดื่มเหล้า ไม่ว่า Tonic Water หรือ Club Soda และอื่นๆ อีกมากมาย ก็ไม่เคยถูกใจ เพิ่มจะมาพบน้ำแร่ยี่ห้อ Auretana จาอิตาลี่โน่น เหมือน โซดาสิงห์ หงิงๆๆๆๆ มาก (ไอ้ฝาสีน้ำเงินนั่นเป็นน้ำแร่เฉยๆ ไม่ได้อัด CO2 แต่ฝาแดงนั่นเป็น carbonated mineral water ถูกใจมากๆ เหมือนได้ดื่มเหล้าที่ร้านส้มตำหน้าปั๊ม 555 พอชอบ อีก๊อตก็ไปซื้อยกลังมาให้คุณเมีย แล้วเมื่อไหร่กินหมดวะเนี่ย ปกติน้ำที่ซะมีซื้อให้ทดดื่ม (คนเดียว) ก็ 10-evian_logo_ Evian Water ทั้งบ้านจะดื่ม smartwater logo_smartwater_200x144 และ Sam’s Club Water ไม่รู้ทำไม เพราะอะไร แต่ก็เป็นอย่างนี้มานานมากแล้ว ถ้าจำไม่ผิด ก็แค่เคยแวะซื้อน้ำแร่เอเวียงมาดื่มในรถครั้งหนึ่งนานมาแล้ว น้ำยี่ห้อไหนๆ ทดก็แด๊กได้หมดแหละ แต่ไม่ดื่มน้ำก๊อก 5555

จริงๆ ก็ไม่ได้ดวดเหล้าบ่อยๆ หรอก ไปสังสรรค์กับเพื่อน-ก็ดวดซะหน่อย หรือครึ้มอกครึ้มใจก็ “ซัด” ซะที หลับสบาย 555 เหตุผลดีๆ มีแค่นั้นจริงๆ

Monday, July 13, 2009

ต้านกระแสความแรงของ Paula’s Choice ม่ายหวาย จริงๆ

อ่านความแรงของ “เจ๊พรหล้า” ทั้งเว็บไทยและเว็บฝรั่ง ผลิตภัณฑ์ของเจ๊แกได้รับ reputation ว่า ดี เริ่ด วิเศษ มหัศจรรย์ ฯลฯ ทนต่อไปไม่ไหว เมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อนมีลดราคาพิเศษ 25% สำหรับสินค้ากลุ่ม AHA & BHA Exfoliants (ไอ้พวกนี้แหละที่เป็นตัวเอกตัวดังในเมืองไทย) แล้วถ้าสั่งครบ $75 ก็ไม่ต้องเสียค่าส่ง (โปรโมชั่น ‘ซื้อครบ-ส่งฟรี’ มีทั้งปีทั้งชาติ) อิชั้นเห็นเค้าลด 25% ก็ซื้อดี-ไม่ซื้อดี (วะ) จนวันก่อนสุดท้ายของโปรโมชั่น ก็เลยเอากะเค้าซะหน่อย ก๊ากกกกก… กะว่าจะไม่แล้วเชียว เพราะของใช้ที่มีๆ อยู่ (ซ่อนจนจะไม่มิดแหล่ว มันจะทะลักออกมานอกตู้เย็นแล้วค่า) จ่ายค่าเสียหายไป $76.09 ไม่กี่วันได้พรหล้ามาครอง เอ้าดูรวมๆ ซะก่อน

IMG_0731-s

อันนี้ไอ้ 4 ชิ้นนางเอก

SkinCarePage-11

พอได้มาก็รีบล้างหน้าอาบน้ำ ด้วยไม่ค่อยเห่อเบอร์ 5 ซักเท่าไหร่ แล้วก็รีบจัดการลง Exfoliating 2% BHA Liquid หลังจาก “คลีน แอนด์ โทน” ตามปกติ แรกเริ่มเลยก็หกพรวดให้เจ็บใจ อ่านที่ใครๆ เค้าเตือนก็หลายหน ยังเบ๊อะทำหกเลอะเทอะอีก เลยต้องเอาสำลีแผ่นมาช่วย พอทาได้ยังไม่ทั่วหน้าเลย ไอ้ส่วนที่ทาไปแล้วก็เริ่ม “ยุบยิบ” หูย… มันไม่ใช่แสบนะคะ แต่มันยุบยิบ แบบถ้าเกิดจากการใช้ครีมบำรุงผิวอื่นๆ ก็คงวิ่งแจ้นไปล้างหน้าแล้ว แต่ยุบยิบครั้งนี้ ได้ทำการศึกษาก่อนทำเอ๊กเพอริเม้นต์ ยอมเป็น “หมู” ทดลอง คือมัน ต้อง ยุบยิบ แต่มันเป็นอยู่แป๊บเดียวแหละค่ะ แล้วมันก็หายไป จากนั้นก็นั่งหน้าคอมพ์-งานประจำที่นายไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง พักใหญ่ๆ ก็วนไปทาครีมบำรุงผิว แล้วกลับมานั่งจับเจ่าหน้าจอคอมพ์ต่อ หน้าเหนอะดีเว้ย แล้วก็เข้านอน

พอเช้าก็ล้างหน้าแปรงฟัน รีบไปชะโลม Exfoliating 2% BHA Gel หลังจาก “คลีน แอนด์ โทน” ตามระเบียบ ไอ้เจลอันนี้ทาง่ายกว่ากันเยอะเลย ทาแล้วก็ยุบยิบ ให้ tingling sensation กำลังดี ทิ้งไว้ซักพักใหญ่ๆ ก็ไปลงม๊อยส์เจ้อไรเซ่อร์ เดินหน้ามันวาวเป็นเสา (ซุง) ตกน้ำมันหลอกหลอนลูกในบ้านทั้งวัน ตอนบ่ายมีเหตุให้ต้องออกไปหลอกหลอนผู้คนนอกบ้าน ก็เลยไปทาครีมกันแดดซะหน่อย คุณคะคุณ มันเป็นตามที่เค้าเล่าลือเลยค่ะ ขณะที่ทาครีมกันแดดมันเหมือนเป็นขี้ไคลหลุดจากหน้า ทิ้งไว้พักนึงก็เลยเอาแป้งเด็กโปะซะให้สิ้นเรื่องออกไปจัดการธุระซะให้เสร็จๆ จะไปแบบหน้ามันย่อง ก็.. อ่ะนะ

ส่วนไอ้ 2 หลอด lightening gel & lotion ไม่ทราบว่าอิชั้นซื้อมาทำ “เกี๊ยะ” อะไร เห็นมันลด ก็ลากๆ มา คิดว่าพวกมันคงมีอิทธิฤทธิ์กำจัด ฝ้า กระ ที่รกเต็มหน้าให้หมดไปได้ แต่ active ingredients ของไอ้ 2 หลอดนี้ก็เหมือนๆ กะไอ้ 2 ขวดที่กล่าวถึงข้างบนแหละ จะต่างกันนิดหน่อยก็ที่ความเข้มข้น นี่ก็เพิ่งอีเมวไปถ้าเด็กของเจ๊พรหล้าเค้า ว่าเอาไงดี ไอ้หลอดๆ นี่แต้มๆ ตรงจุดด่างดำ หรือละเลงได้ทั้งหน้า เพราะอ่านไปอ่านมาชักงงๆ ทาตัวนี้แล้วต่อตัวไหนดี หรือ ไม่ต้องทาอะรอีกเลย เพราะไม่อยากจะ Over Do เดี๋ยวหน้าที่ไม่สวยจะพัง หนักเข้าไปใหญ่

ส่วนหนังสือของเจ๊เค้า ตอนนี้ก็เอาไปสิงไว้ในห้องน้ำ เพราะหาเวลา “ปลีกวิเวก” อ่านหนังสือได้แค่ตอนนั้นตอนเดียวจริงๆ ถ้าอ่านหนังสือในที่ทั่วๆ ไป แบบที่ใครๆ เค้าอ่านกัน อิชั้นก็จะอ่านมันอยู่บรรทัดแรกบรรทัดเดียววกวนไปมา แล้วก็เริ่มต้นใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะเดี๋ยวไอ้คนนั้นเรียก ไอ้คนนี้ร้องงอแง สารพัดเลยค่ะ หาความสงบให้อ่านหนังสือยากจริงๆ ขนาดเข้าส้วมทำธุระ ไอ้มารพวกนี้นะ ยังรังควานอยู่บ่อยๆ เกิดจะต้องตีกัน-ร้องกระจองอแง เกิดอย่างถาม-มีปัญหาขึ้นมาเร่งด่วน ปิดล๊อคประตูส้วม-ไอ้ตัวเล็กก็จะทุบๆๆๆๆ ร้องๆๆๆๆ สรุปไม่เคยล๊อคประตูห้องน้ำ Everybody's Welcome ทั้งๆ ที่ไม่อยากเวลคั่มพวกนี้เลย เกิดเป็น “แม่” นี่ยากเน๊อะ กลายเป็นมาบ่นเรื่อง-เข้าส้วม 555 สรุปว่า จะพยายามอ่านหนังสือของเจ๊เค้าในส่วนที่เป็นข้อมูลควรรู้ 2-3 บทแรกให้จบ แต่ไอ้ที่เค้าวิเคราะห์วิจัย products ทั้งหลายนั้นไม่จำเป็นต้องมานั่งอ่าน เพราะหมดวัย (หมดไฟ) อ่านหนังสือสอบแล้ว ตัวไหนที่สนใจก็ค่อยเปิดมาอ่าน ถือว่าเป็นคัมภีร์อ้างอิงที่น่าเชื่อถือ แต่โปรดอย่าลืม เจ๊พรหล้า is not GOD ชีไม่ถูกเสมอไป เอาไว้เป็น guideline คงพอไหว

นี่ก็จดๆ จ้องๆ ว่าเมื่อไหร่จะมี โปรโมชั่นลดพวก Antioxidant Concentrate กะว่าจะตุนเอาไว้ใช้ซะหน่อย โดยเฉพาะ Super Antioxidant Concentrate (Serum) ซึ่งมีคนรีวิวไว้หลายๆ เว๊บ แบบเริ่ดมาก ให้ 10 เต็ม 10 ไปเลย อยากลองนะ เพราะราคาน่าสนมากถ้าเทียบกับซีรั่มของเอสเต้ที่ใช้มาโกฏปี 555 ปกติใช้ Estee Lauder Advanced Night Repair คืนละ 1 สูบ หรือประมาณ 12 หยด ถึงจะละเลงได้ทั่วหน้าบานๆ ของอิชั้น (ทำมั๊ย ทำไม ต้องเป็น dropper วะ ข้องใจเรื่องนี้มาแรมปี ทำเป็นหัวปั๊มก็ไม่ได้หรือไง)

ไหนๆ ก็ยาวมาแระ ขอเอาของที่ช้อปปุ้งได้มา 2-3 วีคที่ผ่านมาละกัน อันแรกก็ SMASHBOX - PROOF CREAM EYE LINER PALETTE ด้วยความที่ ไม่เคยลองใช้เจลอายไลเน่อร์เลย อยากลองใช้ จะเขียนเป็นหรือป่าวก็ไม่รู้ ยังไม่ได้ลองเลยค่ะ แล้วก็อยากลองหลายๆ สี ก็เลยไปลากไอ้ พาเลตจิ๋วนี่มา มี 10 สี ขนาดเล็กเท่าบัตรเครดิตค่ะ ส่วน BROW TECH นั่น เค้าล่ำลือกันว่าดี the best by Sephora และเป็นโพรดัก signature ของ smashbox ด้วยนะคะ  พอซื้อมาแล้วลอง ติดทนทั้งวัน ถูกใจมากมาย สีที่เลือกซื้อมา TAUPE ดูอ่อนมากในตลับ พอดีเป็นคนมีคิ้วพอดีๆ ไม่บางไม่หนา ทาแล้วสีดูกลมกลืนดี เข้ากันดี ไม่ลอยค่ะ

MakeUpPage-06

ต่อมาเป็นอายชาโด้ว์ของ Revlon ซื้อ 1 แถม 1 ราคาปกติอันละ $6.99 ค่ะ จริงๆ แล้วมีอายชาโดว์เยอะพอสมควร อันนี้ซื้อมาให้ลูกสาวเล่นด้วยค่ะ อันไหนดีๆ ก็ไม่อยากให้ลูกเล่น เสียดายค่ะ เครื่องสำอางของเด็กๆ อย่างของ บาร์บี้ เฮลโหลคิตตี้ แพงมากนะคะ แล้วคุณภาพก็ไม่น่าเชื่อถือ สองตลับนี้สี กลางๆ ดูเรียบร้อยดี เวลาเลือกซื้อก็เลือกที่ตัวเองชอบค่ะ เพราะของถูก คุณภาพดี และถูกใจ ก็แฮ้ปปี้กันทั้งแม่ทั้งลูกค่ะ อ้อ..ลูกสาวอายุ 11 ปีค่ะ ไม่ได้สอนให้ลูกสาวแก่แดดนะคะ เด็กๆ ที่นี่ ป.2 ป.3 ก็แต่งหน้าทาเล็บไปโรงเรียนกันแล้ว ลูกดิฉันเก็บกดทำอย่างเค้าไม่ได้ เพราะกฏเหล็กบ้านนี้ห้าม พ่อบ้านเข้มงวดมาก ห้ามลูกสาวแต่งหน้า ทาเล็บ แต่งตัวโป๊แก่แดด ออกนอกบ้านค่ะ ไปซื้อของหรือไปบ้านญาติยังไม่ได้เลยค่ะ เพราะฉะนั้นลูกคิดจะแต่งแบบนั้นไปโรงเรียน ความเป็นไปได้แค่ 0% ค่ะ เลยให้เค้าแต่งเล่นอยู่บ้าน เล่น dress up ตามประสาเด็กผู้หญิง และอยู่ในสายตาพ่อแม่เท่านั้นค่ะ

MakeUpPage-05

ท้ายสุด สุดท้าย ของสัพเพเหระ ที่ไปซื้อมา ก็มีกล่องใส่ยา ป้าแก่อย่างดิชั้น “อมโรค” ทานยาวันละหลายขนาน กล่องเก่าฝามันบานพักหัก เลยไปซื้ออันนี้มาเป็นแบบ “เก๊ะ” ล๊อคได้ด้วย แล้วก็นีเวียตลับ เอาไว้ทามือ+ข้อศอกเวลาออกนอกบ้าน ใส่กระเป๋าไว้กระทัดรัดและสะดวกคว้าค่ะ ส่วน Pond's Cold Cream Cleanser ขนาด 9.5 oz ใช้มาหลายกระปุกแล้วค่ะ ครีมล้างหน้าโบราณ ไม่มีอะไรให้ติ ราคาไม่แพง ก็จะใช้กันต่อไป หันไปลองใช้ครีมล้างหน้าล้างตาของโอเลย์ (ในรูป) อยู่พักนึง ไม่ชอบค่ะ แสบหน้า แสบตา จะเขวี้ยงทิ้งแล้วค่ะ เพราะปกติก็ใช้เอสเต้ขวดน้ำเงินเช็ดอายเมคอัพก่อนทุกวันอยู่แล้ว ไม่เปลี่ยนใจไปลองอะไรอีกแล้วค่ะ ใช้กันมานาน-ก็จะใช้กันต่อไป ส่วนไอ้โดนัทแดงนั่นเป็น Scotch Tape สีสันสะดุดตา มีคูปองลด 1 เหรียญ เลยเหลือ .99 เซ็น เอาไว้ให้ลูกสาวไปใช้ที่โรงเรียนค่ะ แล้วก็ครีมนวดผม มีคูปองลด 2 เหรียญ จากราคาเต็ม 5.99 เหรียญ อันไหนถูกก็ซื้อให้ลูกกับซะมีใช้ตามประสา Frugal Mommy ค่ะ

ThingPage-01

Saturday, July 11, 2009

ชื่อนั้น..สำคัญไฉน

หลังจากที่เงียบเชียบอยู่พักนึง อัพเดทซะหน่อยนะคะ ชีวิตของทดตอนนี้ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรหวือหวา เบื่อๆ เซ็งๆ ตามปกติ ลูกเต้าไม่มีใครเจ็บป่วย (โชคดีไป 555) แต่อิแม่มันยังเหมือนเดิม เบาหวานและความดันยังคงคุกคามอย่างเงียบๆ ไม่ตูมตาม 555 แต่สายตาชักแย่ ไม่รู้ว่าเป็นผลพวงของเบาหวานด้วยหรือเป็นเพราะความ “ฉะ-ลา” อย่างเดียว ว่าจะโทรนัดหมอตา… ก็ เงิน เงิน เงิน อีกนั้นแหละ 5555 บิลหมอเต็มบ้าน น่าเบื่อ พูดเรื่องหมอ มีอีกน่าเบื่อ เมื่อวันที่ 10 ไปฟังผลโม๊ะกับผลนมอีก หลังจากที่ถูกเลื่อนนัดเพราะไปสาย 15 นาที พอกะลังจอดรถ เหลือบไปเห็นอิคุณหมอ…ถอยรถพรืดดดดด…. ออกไป เห็นแล้วก็ อีกแระ…. emergency call ….. เซ็งตด แต่ก็เดินเข้าไปเช็คอิน หอบลูกเข้าไปนั่งจับเจ่ารอตามระเบียบ เห็นอีคุณพนักงานทะยอยเรียกคนไข้ที่รอไปบอกเลื่อนนัดทีละคน จนหมด ก็เอ๊ะ …. เรียกกรูดิ เรียกดิ เรียกสิวะ มันก็ไม่เรียก ก็รอๆๆๆๆๆ รอไปเกือบเต็ม 1 ชั่วโมง ก็คิดเข้าข้างตัวเอง สงสัยอิคุณหมอคงบอกว่าให้ทดรอเพราะไปแป๊บเดียว 5555 ในที่สุดมันก็เรียก ไปขอเลื่อนนัด อิชั้นก็ “พ่น” ไปหน่อยนึง แล้วเจือกให้รอ นี่นัดที่ 2 แล้วนะพวกแก ถ้าผลมีอะไรร้ายแรง ทำไงละเทอๆๆๆ พวกมัน (มากกว่า 2) ก็ขอโทษขอโพยยกใหญ่ บอกว่าเป็นเรื่องสุดวิสัยนะเจ๊ อิชํ้นก็เออ แล้วเมื่อไหร่หล่ะ มันบอกวันที่ 15 บ่าย 2 นะ ก็เลยต้องสาราเลิกกัน ขนลูกขึ้นรถ โห่กลับบ้าน จบเรื่องเมื่อวาน

กลับที่เรื่องซึ่งจั่วหัวไว้ “ชื่อนั้น..สำคัญฉะหนายยยย…” เข้าเรื่อง เข้าเรื่อง คือ ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวตนมนุษย์คนนึง บิดามารดาก็ตั้งชื่อให้อิชั้นว่า “ทศพร” และมีชื่อเล่นว่า “อู๋” (คือคุณพ่อคุณแม่ของอิชั้นเอ๊กสะเป๊คบุตรชายอย่างแรง ณ ตอนนั้น 555 ผิดหวังจ้อย) อิชั้นก็ใช้และมีชื่อว่า ทศพร อู๋ หรือ ทดสะอู๋ ตลอดมา ไม่เคยเปลี่ยน และไม่เคยคิดจะเปลี่ยน เชื่อเสมอว่าพ่อแม่ตั้งให้ก็ดี งาม เหมาะสมอยู่แล้ว ตามความเชื่อทั่วๆ ไป คนเกิดวันจันทร์ต้องไม่มีสระ ก็ไม่มีสระตามความเชื่อ ไม่มีอะไรรกใจ อยู่ได้เรื่อยมา ไม่มีปัญหา รักชอบชื่อจริงชื่อเล่นของตัวเองมาตลอดไม่เสื่อมคลาย คิดว่าออกจะเท่ดีด้วยซ้ำไป 555

page-04

ด้วยที่ทั้งชื่อเล่นและชื่อจริง ออกจะ บอยๆ นิดนึง หรือจะเรียกว่าเป็นชื่อ unisex ใช้ได้ทั้งชายและหญิง แต่อิชั้นคิดว่า มันเอียงๆ ไปทางผู้ชายหน่อยๆ ตั้งแต่เป็นเด็กวัยเรียน มีให้ต้องแก้ไข ทักท้วง ครูบาอาจารย์หลายๆ คน ที่ assume เอาเองด้วยความเคยชิน ว่าทศพรควรจะเป็น เด็กชาย เป็นนาย แต่ก็ไม่มีเรื่องใหญ่โตให้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรหรอกค่ะ เป็นเรื่องแก้ไขได้ จบกันไป แล้วชื่อเล่น “อู๋” เนี่ยจะเป็นจะเป็น ไอ้อู๋ มากกว่า อิอู๋ 5555 หรือ เสี่ยอู๋ ก็มีให้ได้ยินบ่อยๆ เพื่อนตอนเรียนมหาวิทยาลัย (เพื่อนสนิทส่วนใหญ่เป็นตัวผู้ค่ะ 55) มันก็ชอบเรียกอิชั้นว่า อีอู๋… เรียกอย่างรวดเร็วเร่งด่วนบางทีฟังคล้ายๆ ว่าจะเป็น อีหยูููู…..ป่าเถื่อนเน๊าะ มันคงอยากให้ชัดเจนว่าเพื่อนมันคนนี้เป็นหญิงมั๊ง

พอมาทำงานมีเรื่องให้ “ฮา” เกี่ยวกับชื่ออันแสนไพเราะของอิชั้นอยู่มากมายหลายหน เวลาไปสมัครงาน สัมภาษณ์งาน เคยเจอแบบ โผล่หน้าสวยๆ เข้าไปบางทีเจอคน แบบ (เห่ยสุดด้วยพฤติกรรม มิใช้ด้วยลุค) อ้าวผู้หญิงหรอกเหรอ หูย…. ทำงานทำการกันได้ไงวะ เรียกคนมาสัมภาษณ์งาน เรซูเม่ รูปเริ่บก็ส่งไป ไม่อ่านไม่มองเลย โห.. น่าร่วมงานมากกกกก… นิ ทำงานเนี๊ยบเกิ้นนนน… ตานี้ก็เวลาทำงาน ไปสัมนา อบรม บ้าบอคอแตก ที่ต้องไปติดต่อสื่อสารก็องค์กรภายนอก มันก็ทำป้ายชื่อให้เป็น Mr. เป็น นาย อยู่บ่อยๆ บ้าเน๊าะ ทำงานกันชุ่ยมากๆ ทำงานทำการจะมาคิดเอาเองได้ไง อ่าน จ้า อ่านๆ แหกตาดูข้อมูลที่ได้รับมาให้ดีกันก่อน นะคะ

เป็นว่าเคยชินกับปัญหางี่เง่านี่มาตลอดชีวิต แต่มีอยู่ครั้ง ฮานาก้ามากมาย เกือบเป็นเหตุให้โดนไล่ออกจากงาน เพราะชื่ออันเป็นสุดที่รักของดิฉัน ตอนนั้นทำงานอยู่ในบริษัทสัญชาติ “สวิส” กร๊ากกกก…. แค่นึกถึง ก็ต้องขำก๊าก ทำงานอยู่ดี ให้รู้สึกได้เองว่า มันยังไง ยังไง บรรยากาศมันมาคุชอบกลยังไงก็ไม่รู้วุ๊ย ใครทำอะไรผิด มีผู้ก่อการร้าย มีคนจะโดนกุดหัว คิดไปต่างๆ นานา มันชักแหม่งๆ มา 2-3 วีคได้ แต่ก็ยังฮาเฮได้ตามปกติ คิดแต่ว่าคงมีคนถึงฆาต (อีกแร้วววว) แล้วม่ายช่ายกรูแน่นอน ความรู้สึกแปลกๆ ชักแรงเมื่อเพื่อนร่วมงานชักตีตัวออกห่าง นายชักจดๆ จ้องด้วยสายตาแปลก จะถามก็ไม่ถาม จะพูดก็ไม่พูด ก็ได้แต่ เฮ้อ…. อะไรกันฟระ

อยู่มาวันนึง โทสับดังขึ้น ทดก็รับสาย บทสนทนาเป็นดังนี้ค่ะ

ทด - สวัสดีค่ะ เม ไอ เฮ้ว ยู๊……

ไอ้นั่น - (พูดไทยนิ) ขอสายคุณทดสะพอนด้วยครับ

ทด -  (อ้าว… สายตรงมาที่โต๊ะกรู ยังมาขอสายกรูอีกนิ) ทดสะพอนพูดค่ะ

ไอ้นั่น – เอ่อ… เรียนสายคุณทดสะพอนครับ

ทด - ทดสะพอนพูดสายค่ะ

ไอ้นั่น - เมื่อเช้าผมคุยกับคุณทดสะพอน คุณเป็นผู้ชายนี่ครับ

ทด - (อยากจะก๊าก…แต่กลั้นไว้) เมื่อเช้าดิฉันก็เป็นผู้หญิงค่ะ

ไอ้นั่น - (อึ้งๆ อึกอัก) สงสัยผมต่อสายผิด

บทสนทนาก็จบลง ซัก 2-3 นาที ก็มีสายเข้ามาอีก ไอ้คนเดิมค่ะคุณ

ไอ้นั่น - ขอสายคุณทดสะพอนด้วยครับ

ทด - ทดสะพอนพูดสายค่ะ

ไอ้นั่น - เรียนสายคุณทดสะพอนที่เป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อนะครับ

ทด - บริษัทนี้มีทดสะพอนเดียวเท่านั้นค่ะ ดิฉันเป็นผู้อำนวยการแผนกดิ้นรนค่ะ คุณคงต่อผิดแล้วหล่ะค่ะ

ตานี้ก็มาไล่เรียงกันว่าเบอร์ที่แกต่อมา กับเบอร์ของชั้น ก็เลย อ้อๆ อึ้งๆ แล้วก็เลิกรากันไป ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ ฮามากมาย เลยเดินแถ่ดๆ แต๊ดแต๋ไปเม้ากะเพื่อนร่วมงาน นี่..มีคนโทรหาทด ผจก. จัดซื้อ บลาๆๆๆ ขำเน๊าะ แต่เพื่อนดูเหมือนขำแบบนิดๆ ไม่ ก๊ากเหมือนเคย พอพยายามไปทำฮาให้นายของอิชั้นได้ขำ เค้ากลับไม่ขำ แต่กลับ “เฉลย” เอ่ยความในที่ทำให้บรรยากาศในบริษัทอึมครึมมาพักใหญ่ๆ แล้ว ก็คือ “ทศพร” นั่นเอง แล้วพี่ท่านก็เอาปึ๊ง “แฟ๊กซ์-อิน” ออกมาให้ดู เป็นการจัดซื้อจัดขายของบริษัทหรือโรงงานผลิตเฟอนิเจ้อร์ส่งออก ติดต่อแฟ๊กซ์กันทั้งในและนอกประเทศ ถึง คุณทศพร ผจก.หย่าย ของไอ้บริษัทตู้โต๊ะเตียงเขียงโอ่งนั่น มันเกิดขึ้นได้พักใหญ่ๆ แล้วล่ะค่ะ คือวันหนึ่งนายใหญ่ยักษ์ไป “สะป๊อต” แฟ๊กซ์สั่งซื้อสินค้าจากเยอรมันถึงทศพร ก็เลยสั่งให้นายอิชั้นและทุกๆ คน จับตาดูฟามเคลื่อนไหวของอิชั้น ผู้ซึ่งบังอาจใช้ทรัพย์สินของบริษัทดำเนินธุรกิจส่วนตัว มิน่าเล่า อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป ไม่เหมือนบริษัทกำจัดความเดรียดที่เคยเป็น

page-03

ก็มาลงเอยที่ ผู้ต้องสงสัยหรือผู้ถูกกล่าวหา (คือ อิชั้น) ผู้บังคับบัญชาตรง (คือ นายของอิชั้น) ต้องม๊าชชิ่งเข้าไปพบจีเอ็ม (นายใหญ่ยักษ์) เพื่อ “แก้ตัว” เรียก “ชี้แจง” ดูดีกว่าเน๊าะ ทั้งสิ้นทั้งปวง ไอ้ทดสะพอนนั่น มิใช่ คุณทศพร (ผู้เคราะห์ร้าย) คนนี้เลย ทดไม่แซบเรื่องใดๆ ทั้งสิ้นทั้งปวง ซวยโดยไม่ได้ก่อนะตะเอง คือก่อนที่จะต้องไปขึ้นศาลเตี้ย ทดได้พยายามสืบสาวราวเรื่องว่าอะไร เป็นอะไร what is what 555 สรุปคือ ดูจากหัวแฟ๊กซ์บางอันที่มีแบบเค้าส่งกลับให้มัน แต่มันดันมาโผล่ที่ที่ทำงานของชั้น ไอ้บริษัทเวนนั่น (ชั่วร้ายมาก) มันสั่งนามบัตร เล๊ตเต้อเฮด ฯลฯ แล้วไม่ตรวจทานให้ดี แล้วก็บังเอิ้น บังเอิน ที่เบอร์โทรศัพท์ของมัน “ผิด” คือ 1 หมายเลขจาก 3-4 หมายเลขของมัน (จำได้ว่าไม่รันนิ่ง) ปัญหาคือ ไอ้เบอร์นั่นซึ่งตามปกติ 3 ตัวแรกซึ่งน่าจะเป็นตัวชี้-เขต ไอ้ตัวที่ 3 น่ะค่ะมันค่ะที่ผิด ไอ้ 4 ตัวสุดท้ายดันมาแฝดกับเบอร์ของชั้น แบบนี้นะคะ (อธิบายยาก) 11X-1111 เท่านั้นไม่พอ เบอร์แฟ๊กซ์ของพวกมันดันก็ผิดแบบเดียวกัน แต่ไอ้ 4 ตัวสุดท้ายเจือกไปแฝดก็เบอร์แฟ๊กซ์ในห้องจีเอ็มค่ะคุณๆ ซวยแบบโดนลูกหลงอย่างแรง นรกชังหรือสวรรค์แกล้งกรูวะ อิชั้นก็เลย โทรไปต่อว่าความผิดพลาดของพวกแกน่าก่อความเสียหายหลายแสนหรือหลายล้านให้พวกแกบ้างอ่ะนะ ฝ่ายจัดซื้อไม่ตรวจพรู้ฟก่อนที่จะสั่งพิมพ์ นับว่าแย่มากๆ แถมเกือบทำกรูตกงาน เชื่อมั๊ยคะ ไอ้เวนทดสะพอนนั่นไม่ขอโทษหรือขอบคุณชั้นซักคำ เกือบโดนฝรั่งฆ่ากุดหัวซะแล้ว จบเรื่องนั้นไปซะ

ตานี้เมื่อย้ายภูมิลำเนามาอยู่บ้านนอกเมืองฝรั่ง ตานี้ก็ชื่อของทดที่เป็นภาษาอังกฤษก็ก่อการร้ายอีกแล้วค่ะ คนไทยที่ชื่อลงท้ายด้วยคะว่า “พร” น่าจะมีเป็นล้านคน แล้วสะกดเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ได้เสียงที่ถูกต้องคือ porn ซึ่งคนไทยหลายๆ คนก็สะกดกันแบบนั้น จำได้ว่าสะกดชื่อตัวเองเป็นภาษาอังกฤษแบบนี้มาตั้งแต่ประถมปลาย แล้วก็ใช้เรื่อยมา มัธยม อุมดมศึกษา จนจบทำงานทำการ ด้วยที่ทำงานบริษัทต่างชาติมาตลอด มีเหมือนกันที่โดนล้อ ความหมายของ porn ช่างรุนแรงนิในภาษาปะกิด แต่ไม่ได้คิดติดใจเอาความอะไร แถมยังมีเพื่อน “พร” ร่วมงาน-ร่วมชะตากรรมอยู่ด้วยตลอดมา จนมาแต่งงาน วันนึงอีซะมีมาบอกว่าเพื่อนมันเอาชื่ออิชั้นไปล้อเล่น ชื่อจริงก็มี porn ชื่อเล่น ก็แบบเซ๊กซี่เข้าไปอีก ooh aah อู…..อา…. แม่ม….คิดกันไปไอ้พวกบ้า

แล้วเวลาไปติดต่อสื่อสารอะไรกับใครที่ต้องให้ชื่อเสียงเรียงนานก็แบบ มี แอบขำ มีตะลึง บอกว่าชื่อทศพร ก็ หา.. ว๊อท… เขียนให้ก็มี กิ๊กกั๊ก อีก บางทีพอบอกชื่อ อู๋ ก็พากันขำอีก ก็เลยบอกอีปั๋วว่า นี่แก ชั้นอยากมีชื่อฝาหรั่งมั่งจังเลย อีก๊อตขำก๊ากกก… จะบ้าเหรออีอ้วน ชื่อตัวมี ก็ใช้ไปสิ จะเปลี่ยนทำไม ก็บอกไปว่า ไม่ได้อยากเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ แค่อยากมีชื่อเรียกง่ายสำหรับไปพวกฝรั่งแถวนี้ เอ…แต่ว่าจะชื่ออะไรดีนะ Emma Annie Jenny วิสกี้ จิ๊กกะดี๊ อะไรต่ออะไร คิดกันไป อิชั้นก็ แหวะ ไม่เหมาะกับหน้าเลย 55 อยากได้ชื่อที่เป็นตัว ‘T’ อีก๊อตก็ Trish อยู่นั่น อิชั้นก็บอก ไม่ชอบว่ะ เปลี่ยน i เป็น a ก็หมดกัน 555 อยากชื่อ Todd ใกล้เคียงกับ “ทด” หรือ Toni (Soprano) หรือ Tim คล้ายๆ ทับทิมในภาษาไทย อิก๊อตก็บอก อยากเป็นผู้ชายอยู่นั่น ทำไมไม่ชื่อ Toad ให้มันรู้แล้วรู้แร่ด 5555 สุดท้ายจากเป็นแม่นัง 100 ชื่อ ก็มาลงเอยด้วยชื่อว่า Tara ใกล้ๆ คล้ายๆ กับ ธารา ดีแฮะ แต่มันดันมีสระ 5555 เอาวะ ทาร่า ก้อ ทาร่า ดีเหมือนดัน

ตานี้พอต้องมีการให้ชื่อ (ที่ไม่เป็นทางการ) แบบซื้อข้าวของแล้วคิวยาวเค้าก็จะถามชื่อแซ่ อย่าง สตาร์บั๊ค ฯลฯ หรือ จองโต๊ะร้านอาหาร อะไรเงี๊ยะ ครั้งแรกที่กระแดะเป็นนังทาร่าแล้วมีเหตุการณ์ต้องจดจำ ก็ที่พิซซ่าฮัท 5555 ขอขำก่อน จัดการสั่ง เทคเอ๊าท์ เค้าถามชื่อไรตะเอง ตอบไปว่า “ทาร่า” อย่างฉะฉาน ไม่ต้องมาชำชื่อกรูกันอีกต่อไป 5555 ตานี้มันก็เรียกชื่อไอ้พวกที่นั่งรอ ให้ไปเอาของที่สั่งแล้วก็พาๆ กันไปให้พ้นร้านเค้า 555 อิชั้นกับลูกน้อยหอยสังข์นั่งรอเงกอยู่นาน ชักหงุดหงิด โดนมิสทรีตอีกแล้วสิตู จนนังคนนึงตะโกน “ทาร่่่าาาาาาาา…” อย่างกึกก้องกัปนาทแสนยากร แหม… กรูก็นั่งอยู่ตรงนี้ไม่มีใครอื่น ทำไมต้องแหกปากซะขนาดนั้น พอไปรับพิซซ่าจากอินังคนนั้น มันก็บอกมาว่าเสร็จตั้งนานแล้ว เรียกตั้งหลายที ไม่ยักกะมีใครปรากฏตัว ไม่รู้ว่าเป็นยู แป่วววว….. แล้วก็จูงลูกเดินจากไปอย่างเงียบๆ โดดขึ้นรถขับปู้ดออกไปอย่างรวดเร็ว …..ปี๋ง 5555 The End

**ปล. เชิญชมรูปเก่าๆ ต่างกรรมต่างวาระ ของเด็กหญิงทศพรและนางสาวทศพร 5555 ไม่น่ากลัวเท่าไหร่มั๊ง 555

Wednesday, July 08, 2009

Marvelous Customer Services

มีเรื่องให้ต้องติดต่อกับ Prescriptives Customer Services เพราะจากบล็อกอันก่อนที่สั่งซื้อบรอนเซ่อร์กับแปรงมา 1 ชุดพร้อมของแถมซึ่งถูกใจยิ่งนัก แต่ต้องมีอันให้หงุดหงิดเล็กๆ เมื่อตอนที่เอาแปรงเจ้ากรรมไปล้างก่อนที่จะเอามาใช้ ตอนที่ล้างก็รู้สึกว่ามันค่อกแค่ก ชักเอ….ยังไงกันฟระ ก็ล้างต่อไป พอตอนสะบัดให้น้ำออก (สะบัดแบบโหดปกติ) เจ้าหัวแปรงหลุดพรวดกระเต็นไปในซิ๊งค์ ใจหักแป๊บบบบ…. ได้ไง 32 เหรียญ ยังไม่ได้ใช้เลย แยกร่างซะแระ โมโห วุ๊ย

เลยส่งอีเมวไปบอก Prescriptives Customer Services ให้ทราบในทันที ว่าแปรงที่ได้รับเหมือนจะเป็นดีเฟ๊กค์เด้อ ดูรูปที่ส่งมาให้ละกัน ไอ้ส่วนที่เป็นอลูมิเนี่ยมมันไม่เรียบ เหมือนมีการกระแทก ดัน จับแล้วไม่เรียบ รอไม่เท่าไหร่ เค้าก็ยิงอีเมวตอบเปรี้ยงกลับมาในทันที  ขอโทษขออภัย ตามระเบียบของฝ่ายบริการลูกค้า แล้วจะส่งอันใหม่ไปให้เดี๋ยวนี้เลย ส่งแบบ “ด่วนจี๋-ยูพีเอสจ๋า” เลยนะตะเอง อีชั้นก็รีบอีเมวไปขอบคุณบริการแสนดีด่วนทันใจของเค้า แล้วก็หยอดคำถามไปว่า นี่ไอ้แปรงอันเก่าน่ะ อิชั้นจะไม่ส่งคืนหรอกนะ ชั้นจะเอาไปหยอดคืนให้ที่เค้าน์เต้อร์ Prescriptives ในเมซี่ส์ละกัน ถ้าอยากให้เมล์กลับไปให้ก็อย่าลืมปริ้นท์เลเบ้ว (ฟรี) ส่งมาให้นะ จะจัดการให้ มันช่างกระอักกระอ่วนใจนะที่จะเก็บของเค้าไว้…ใช่มั๊ยคะ

MakeUpPage-04

พอตกเย็น ก็ได้อีเมวอีก 1 อัน บอกว่า ได้ส่งบรอนเซ่อร์อันใหม่ไปแทนอันที่เสียหายให้แล้วนะ ส่งแบบด่วน 2 วันด้วย ไอ้อันเก่าที่ไม่เพอเฟ็คให้เก็บไว้ละกัน ถือว่าเป็นกิ๊ฟ ไม่ต้องยุ่งยากส่งกลับมาคืน อิชั้นอ่านอีเมวแล้วก็ อ๊ะ อะไรอีกเนี่ย ไม่ได้อยากได้บรอนเซ่อร์ อยากได้แปรงบรอนเซ่อร์ แปรงๆๆๆๆ เข้าใจป่าว ก็รีบส่งอีเมวไปบอกเค้าว่าน่าจะมี confusion นะ ชั้นอยากได้แปรงอันใหม่ แล้วก็ไม่อยากเก็บไอ้บรอนเซ่อร์ที่กำลังเดินทางมาหรอกนะ

พอวันรุ่งขึ้น ก็ได้รับอีเมวมาบอกขอโทษที่สับสน (ลืมบอกไปว่าอีเมวแต่ละฉบับ ก็ ต่างๆ ชื่อกันไป มีทั้ง นิโคล ลินดา ฯลฯ คือ ใครเปิดอ่านก็เดินเรื่องกันไป) เดี๋ยวจัดการให้น้าาาา…. อีกแระ “จัดการให้นะ” แต่ไม่บอกว่าเป็น แปรงหรือเป็นบรอนเซ่อร์ พอดีหนุ่มน้อยชุดสีน้ำตาลก็มากดกริ่งประตูหัวใจ ว้าวววว… กล่องจ้ากล่อง จาก Prescriptives.. รีบเปิดออกดูในทันที บรอนเซ่อร์จริงๆ ด้วย ก็เลยอีเมวไปบอกได้บรอนเซ่อร์ที่ตะเองส่งมาผิดแล้วนะ ชั้นก็จะเก็บไว้ตามที่เธอขอร้อง 555 (งกแล้วนะ) แต่อยากรู้ว่า ไอ้แปรงนั่นชั้นจะได้แน่นะ ไม่งง สับสนอะไรกันอีกนะ เธอก็อีเมวกลับมาว่าไอ้แปรงเจ้ากรรมน่ะได้ออกเดินทางไปแล้ว 5555

เมื่อบ่ายๆ วันนี้ Mr. Brown ก็มากดกริ่งประตูอีก พร้อมกับกล่องแปรง ซึ่งเดินมาถึงด้วยสภาพเรียบร้อยดีมาก สรุปว่า อิชั้นได้บรอนเซ่อร์และแปรงอย่างละ 2 อันค่ะ อิชั้นก็รีบอีเมวไปบอกเค้าได้รีบของตามที่ต้องการแล้วนะ ขอบคุณหลายๆ บริการของยูและบริษัทของยูเนี่ยช่าง “เด็ดขาด” เหลือเกิน แต๊งส์จ้า

BrushesPage-09

ตานี้ก็มาถึง "โหมด-งก” ไอ้แปรงที่แยกร่างนั่น อิชั้นก็เอา Gorilla Glue เจ้าประจำ ฉายา “เวิ๊คทุกงาน” มาหยอดลงไปที่ส่วนท่อโลหะ เอาส่วนด้ามเสียบลงไป ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง กาวลิงยักษ์ก็ทำงานได้ดีตามปกติ วิธีการทำงานของกาวชนิดนี้คือ มันจะฟูเป็นโฟมแข็ง ขยายตัวขึ้น 4-5 เท่าจากตอนเป็นเจล จะเห็นได้จากรูปที่มีก้อน (เหมือนคี่มูก 555 แต่จริงๆ แข็งโป้กเลยนะคะ) เป็นเพราะกาวขยายตัว อัดแน่นจนเต็มที่ภายในส่วนหัวแปรงแล้ว เลยดันออกมาให้เห็นเป็นแบบนั้น ซึ่งแคะออกอย่างง่ายดาย แต่ผิวด้ามแปรง (ที่ไม่ใช่โลหะ) ซึ่งสัมผัสโฟมที่ทะลักออกมา จะขรุขระนิดๆ ค่ะ จากแปรงชำรุด กลายเป็นแปรงแข็งแรงสภาพเกือบ 100% ถ้าไม่นับไอ้ส่วนขรุขระนั่นค่ะ ลั๊ลลามากมาย เหมือนซื้อ 1 แถม 1 ตานี้ก็จะส่งไอ้ที่เกินต้องการไปให้คุณพี่สาวของอิชั้นที่เมืองไทย 5555 “ทิ้งมาได้เลยไม่บ่นซักคำ” พี่สาวคนเดียวของอิชั้นร้องเพลงนี้ตลอดค่ะ แกเองก็เพื่อนฝูงเยอะ ส่งอะไรไป ไม่มีใครบ่นนิ 555

Have A Nice Day Everyone !.!.!.

Monday, July 06, 2009

7 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ แอนตี้ออกซิแดนต์

ไปอ่านเจอบทความที่น่าสนใจเลยเอามาแบ่งกันอ่านค่ะ

* – * – * – * - *

7 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ...แอนตี้ออกซิแดนต์

มันช่วยแก้ไขและปกป้องผิวของคุณจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ที่นำมาสู่ความร่วงโรยของวัย และนี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ...แอนตี้ออกซิแดนต์

สำหรับผิวสวย เราต้องการทั้งการแก้ไขและปกป้อง และเพื่อให้คุณได้ทำทั้งสองอย่างในกิจวัตรการดูแลผิวประจำวันของคุณคุณต้องหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสม ซึ่งแก้ไขความเสียหายที่มีอยู่ และปกป้องความเสียหายในอนาคตไม่ให้เกิดขึ้นซึ่งแอนตี้ออกซิแดนต์คือสารสุดวิเศษสำหรับผิว ซึ่งคุณได้เห็นมันมากมายอยู่บนเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง แต่มันมีหลายอย่างที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับมัน ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้คุณแล้ว

1. แอนตี้ออกซิแดนต์ต่อสู้กับความเสียหายจากอนุมูลอิสระ

หากจะอธิบายอย่างสั้นๆ อนุมูลอิสระเกิดขึ้นจากที่โมเลกุลต้องสูญเสียหนึ่งในอิเล็กตรอน (ที่ต้องมีเป็นคู่เสมอ) ทำให้มันต้องไปดึงเอาอิเล็กตรอนมาจากโมเลกุลตัวอื่น และเมื่ออีกตัวหนึ่งเสียอิเล็กตรอนไป มันก็จะทำแบบเดียวกันเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องกันไป ความพยายามในการซ่อมแซมตัวเองเช่นนี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าอนุมูลอิสระขึ้นมา ออกซิเจนหรือสารประกอบอื่นที่มีโมเลกุลของออกซิเจน อย่างเช่น คาร์บอนมอนอกไซด์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ รวมทั้งแสงแดดและมลพิษเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายเราตลอดเวลาและอนุมูลอิสระรับผิดชอบต่อความร่วงโรยของผิว เนื่องจากมันทำร้ายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว โดยแอนตี้ออกซิแดนต์ทั้งปกป้องและต่อสู้กับความเสียหายนี้ด้วยการทำให้อนุภาคนี้กลายเป็นกลาง

2. แอนตี้ออกซิแดนต์...ไม่ใช่ส่วนผสมใดๆ ทั้งสิ้น

แอนตี้ออกซิแดนต์ไม่ใช่วิตามินหรือส่วนผสมพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มันเป็นการทำงานของส่วนผสมบางอย่างที่ป้องกันการที่โมเลกุลจะดึงอิเล็กตรอนจากอะตอมตัวอื่น และเริ่มต้นปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระ โชคดีที่แอนตี้ออกซิแดนต์จำนวนมากสามารถพบได้ในร่างกายมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตาม มีโอกาสอย่างมากว่าเราจะไม่ได้รับแอนตี้ออกซิแดนต์มากพอที่จะจัดการกับอนุมูลอิสระและความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ที่เกิดการสลายตัวหรือไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามปกติ ส่วนผสมที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระมีทั้งวิตามินเอ ซี อี เบต้าแคโรทีน ซีลีเนียม คิเนติน และสังกะสี

3. แอนตี้ออกซิแดนต์ปกป้องผิวจากมะเร็งผิวหนัง

เมื่อแอนตี้ออกซิแดนต์ทำให้อนุภาคของอนุมูลอิสระกลายเป็นกลาง มันก็ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์ในผิวของคุณ ความเสียหายที่เกิดกับโครงสร้างของเซลล์และองค์ประกอบเซลล์นี้ สามารถสะสมตัวมากขึ้นเรื่องๆ ตามเวลาที่ผ่านไป และในที่สุดก็สามารถนำไปสู่โรคร้ายอย่างเช่นมะเร็งผิวหนังได้

4. แอนตี้ออกซิแดนต์รักษาริ้วรอยและสัญญาณแห่งวัย

เนื่องจากริ้วรอยและสัญญาณต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความร่วงโรยของผิว เช่น สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ จุดด่างดำ และความหยาบกร้านของผิว ล้วนเกิดจากอนุมูลอิสระทั้งสิ้น การใช้แอนตี้ออกซิแดนต์ในรูปของการทาลงบนผิว จึงอาจมีบทบาทในการชะลอความเสียหายจากอนุมูลอิสระให้ช้าลงได้ อย่างไรก็ตาม ผลของมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน ความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกายมนุษย์อาจเกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน ความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกายมนุษย์อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนานเป็นปีๆ ก่อนที่จะสังเกตเห็นความเสื่อมถอยใดๆ คุณจึงไม่อาจชโลมแอนตี้ออกซิแดนต์ลงบนผิว และหวังว่าริ้วรอยของคุณจะลดลงอย่างทันที

5. แอนตี้ออกซิแดนต์สามารถปกป้องผิวจากแสงแดด

นอกเหนือจากการต่อสู้กับอนุมูลอิสระแอนตี้ออกซิแดนต์ยังบช่วยปกป้องผิวจากรังสีที่เป็นอันตรายของแสงแดด แต่อย่าได้เลิกใช้ครีมกันแดดไปเลย เนื่องจากการปกป้องของแอนตี้ออกซิแดนต์ต่อรังสียูวีมีค่อนข้างน้อยมาก จึงควรจับคู่สกินแคร์ที่มีแอนตี้ออกซิแดนต์กับครีมกันแดดหรือมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งสองอย่าง

6. แอนตี้ออกซิแดนต์สามารถเข้ากันได้กับผลิตภัณฑ์สกินแคร์อย่างอื่น

แอนตี้ออกซิแดนต์เป็นมิตรต่อการดูแลผิวทุกประเภท และสามารถนำมาใช้ผสมผสานกับครีมอื่นๆ ได้อย่างปลอดภัยรวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อต่อต้านสิวและปกป้องแสงแดดด้วย

7. มันดีที่สุดที่จะให้แอนตี้ออกซิแดนต์แก่ผิวด้วยการทา

ร่างกายของคุณจะส่งผ่านวิตามินและสารอาหารต่างๆ ที่คุณบริโภคเข้าไปให้แก่ผิวในปริมาณค่อนข้างน้อย ฉะนั้น คุณจะเห็นประโยชน์มากกว่าเมื่อคุณทาแอนตี้ออกซิแดนต์ลงบนผิวโดยตรง และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ก็สนับสนุนเรื่องการปกป้องของแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ทาลงบนผิว ตัวอย่างเช่น วิตามินซี อี และซีลีเนียม ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากแสงแดดต่อผิว และแสดงให้เห็นด้วยว่าสามารถปกป้องความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อไป นอกจากนี้การทาแอนตี้ออกซิแดนต์ยังเพิ่มระดับการปกป้องความเสียหายจากสภาพแวดล้อมแก่ผิว และการช่วยชะลอกระบวนการแก่ก่อนวัยได้

Famous Antioxidant

มีส่วนผสมหลายอย่างที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ และนี่คือบางส่วนที่นิยมใช้กันในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่คุณสามารถหาได้ตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง


  •  วิตามินเอหรือเบต้าแคโรทีน เบต้าแคโรทีนคือสิ่งที่ช่วยปกป้องผลไม้และผักที่มีสีเขียวเข้ม เหลือง และส้มจากความเสียหายจากรังสีของพระอาทิตย์ และเชื่อกันว่ามันทำหน้าที่แบบเดียวกันในร่างกายมนุษย์
  •  วิตามินซี ช่วยซ่อมแซมผิวจากความเสียหายของแสงแดดและปกป้องผิวจากความร่วงโรย แต่เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ที่สลายตัวได้เร็วมากเมื่อสัมผัสกับออกซิเจน
  •  วิตามินอี เป็นวิตามินหลักในร่างกายที่ทำหน้าที่แอนตี้ออกซิแดนต์ปกป้องเซลล์เมมเบรนและโครงสร้างอื่นที่มีส่วนประกอบของไขมัน
  •  ฟลาโวนอยด์ ฟลาโวนอยด์เป็นเม็ดสีในพืชที่รับผิดชอบในการสร้างสีสันของผลไม้ ผัก และดอกไม้ ซึ่งเป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ทรงอานุภาพ แล้วยังมีคุณสมบัติในการต้านอาการอักเสบและต้านไวรัสได้ด้วย ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ต่อผิวพรรณ ฟลาโวนอยด์ที่มีผลประโยชน์เป็นพิเศษได้แก่ Proanthocyanins ซึ่งพบในองุ่นและต้นไพน์ และPolyphenols ซึ่งพบในชาเขียวและขาขาว
  •  โคเอนไซม์คิว 10 (Coenzyme Q10) นี่เป็นสารที่ปกติร่างกายจะสร้างขึ้นได้เอง แต่ปัจจัยหลายอย่างอาจทำให้ระดับของ CoQ10 ในร่างกายลดลง ส่งผลให้เกิดการสร้างคอลลาเจนอิลาสติน และโมเลกุลที่สำคัญอื่นๆ ของผิวน้อยลงนอกจากนี้ ผิวที่ขาด CoQ10 ยังอาจเสียหายได้ง่ายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งมีอยู่มากมายบนผิว ดังนั้น CoQ10 อาจเพิ่มการซ่อมแซมตัวเองของผิว และการสร้างเซลล์ผิวใหม่และลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระได้
  •  สังกะสี (Zinc) ช่วยปกป้องรังสียูวี ช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็ว ส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของระบบประสาท เนื้อเยื่อทั่วร่างกายต่างมีสังกะสีเป็นส่วนประกอบและมีในชั้นหนังแท้มากกว่าหนังกำพร้า การทาสังกะสีลงบนผิวในรูปของซิงก์ไอออน (Zinc lons) มีรายงานว่าสามารถปกป้องผิวจากแสงได้
  •  ซีลีเนียม เป็นแร่ธาตุที่พบในซีเรียล ถั่ว และไข่ งานวิจัยบางชิ้นแสดงว่าการกินซีลีเนียมป้องกันมะเร็งในสัตว์ทดลองในแล็บ มันยังแสดงให้เห็นถึงการชะลอการแก่วัย และบรรเทาอาการผิวไหม้จากรังสีได้ด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ฉบับวันพุธที่17 มิถุนายน 2552

 

Thanks > > http://women.kapook.com/view337.html

Thursday, July 02, 2009

Shopping AGAIN !!!

จริงๆ ไปช้อปมาหลายวันแล้วแต่เพิ่งจะรวบรวมรูปเอามาแปะซะหน่อย

หยุดพล่าม 555 มาโพสต์เลยดีกว่านะคะ เริ่มที่ บ๊าธฯ ไปมา 2-3 วีคได้แล้ว ได้มานิดๆ หน่อยๆ คือรีบไปซื้อก่อนที่เค้าจะเลิก Semi-Annual Big Sale แล้วก็อยากใช้ใบเสร็จที่ลด 10 เหรียญ ใบที่มันซีดๆ ก่อนที่มันจะเลือนกลายเป็น nothing ก็ได้มาพอสมควร เจ้า hand soap เป็นของเหลือมาจากคริสต์มาสซีซั่นก่อนๆ กลิ่น frosted cranberry ลด 75% กลิ่นดีทีเดียวแล้วเห็นขวดยังสะอาดใสเอี่ยมดี ซื้อเอามาไว้เป็น Stocking Stuffer คริสต์มาสปีนี้ซะหน่อย ตามประสา cheapie mama ส่วนบอดี้โลชั่นขวดเล็ก 3 ออนซ์ กับ บอดี้มิสต์ขวดเล็กๆ ราคาเท่ากัน 2 ขวด $5 พวกบอดี้สเปรย์ลูกสาวอยากได้ ไม่ได้ใช้เป็นประจำหรอกค่ะ ซื้อฟูลไซ้ส์มาเมื่อไหร่จะหมด..เบื่อซะก่อน end up เป็น toilet spray ซะเรื่อย ส่วนไอ้ขวดจิ๋วเลเบ้วเขียวๆ (ในรูปรวม) นั่นก็บอดี้สเปรย์ แต่เป็นขวดรุ่นเก่า อันนั้นขวดละเหรียญเดียว เหมือนเจ้าขวดฮ๊อตพิ้งค์ อันนั้นก็เหรียญเดียวแต่เป็นบอดี้โลชั่น กลิ่นหอมอธิบายยาก หอมแรง แบบน้ำหอมราคาถูกๆ 555 ส่วนโฟมมูสกับครีมบ๊าธราคาเท่ากัน 4 เหรียญ สบู่เหลวพวกกลิ่นคลาสสิคฟูลไซ้ส์ราคาขวดละ 3.50 เหรียญ ได้กลิ่น Coo Citrus Basil มาด้วย 1 ขวด (กลิ่นนี้คุณเพื่อนที่เมืองไทยชอบกันมากๆ พอๆ กับ Japanese Cherry Blossom แต่นังซะมีปักม๋าของอิชั้นมันบอกว่ากลิ่นดอกบ๊วยญี่ปุ่น กลิ่นเหมือน French whore พูดซะของเค้าเสียหาย อีบร้านี่)

B&BW_Page-02

ตานี้มาต่อกันที่ Prescriptives อันนี้สั่งซื้อออนไลน์โดยตรงจากเว๊บเค้าเลย อยากได้บรอนเซ่อร์เค้ามาพักใหญ่ๆ แล้ว ไปดูที่ Macy’s หลายที แต่อะนะ ไม่ใช่ของรีบร้อนต้องใช้์พอดีเมื่ออาทิตย์ก่อนได้รับเมล์ว่าเค้ามีโปรโมชั่นน่าสนใจ “FREE 4-PIECE GIFT SET of travel-size bestsellers, plus FREE STANDARD SHIPPING” ก็เลยสนองตัณหาตัวเองซะหน่อย โดยสั่งเพิ่มแปรงบรอนเซ่อร์เข้าไปด้วย แล้วทุกออเด้อร์เลือกตัวอย่างได้ 1 ชิ้น เลยเลือกครีมกันแดด All You Need * SPF 15 ซึ่งเคยใช้มาก่อน ค่อนข้างมัน หน้าร้อนใช้ไม่ได้เลย แต่หน้าหนาว “เริ่ด” กำลังดี….โขโบกกกก…. โปรดสังเกตุ แปรงบรอนเซ่อร… Made in Thailand เจ้าค่ะ ภูมิใจไทยทำมากมาย แปรงยี่ห้อนี้คุณภาพดีทีเดียว มี 4 อันแล้วค่ะ

MakeUpPage-03

ต่อๆๆๆๆ อันนี้สดสุดๆ เพิ่งได้รับวันนี้เลย เจ๋งมากๆ สั่งวันอาทิตย์ได้รับของวันพูธ สุดยอดแม่ค้า มันคือ Brush Guard วู้ฮุ้ ชอบๆๆ ถูกใจ ถึงแม้จะอ่านรีวิวมีบางคนไม่ชอบ คิดอยู่นานแล้วว่าจะซื้อ อยู่ๆ ก็ลืมไป พอดีไปเห็นที่  coastalscents.com เลยจุดประกายขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าออเด้อร์ที่ coastalscents ราคาแพ๊คละ 5.50 เหรียญเท่ากันแต่คิดภาษีและค่าส่ง ทำให้แพงระยับมากมาย เพราะค่าส่งเฉยๆ 11 เหรียญฝ่าๆ โหดซะ เลยออเด้อร์ตรงจากเว๊บ Brush Guard รวมภาษีและค่าส่ง @ $5.50 NETT ค่ะ แถวได้รับของเร็วปู๊ดดดดด บริการน่าชื่นชม

BrushesPage-08

พอได้มา อาหารเบอร์ห้าก็กำเริบในทันที เอาแปรงทั้งหลายออกมาเปลี่ยน sleeve ถูกใจจริงๆ แปรงรูปร่างแปลกๆ ก็ใส่บรัชการ์ดได้ snug ดีทีเดียว ส่วนไอ้พวกแปรงนก 2 หัว ก็คงต้องใส่กล่องแบนๆ แบบโป๊ๆ อย่างเดิมต่อไป จากนั้นก็ลำเรียงแปรงที่แต่งตัวใหม่กลับใส่กล่องตะเกียบตามเดิม กันฝุ่นได้ดีนะคะ

BrushesPage-01

ท้ายสุด-สุดท้ายได้ crocs ลดราคามา 2 คู่ จากเดิมคู่ละ $26.- ลดเหลือคู่ละ $10.- แต่ไม่มีสีให้เลือกเลยได้แปร๋นแล๋นแบบในรูปมา คู่หูคีบ-คุณฟองนั่นเอาไว้ใส่เดินในบ้านนุ่มนิ่มดีค่ะ เคยมีแล้วคู่นึง ตอนนี้เปลี่ยนสีเป็นคี่เป็ดแล้ว 555 เลยโดนปลดระวางไปซะ ส่วนคู่สีม่วงนั่นเป็นของลูกสาว (เด็กตรีนโต) ใส่รองเท้าเบอร์เดียวกับแม่แล้วค่ะ อีกไม่นานคงใส่ไม่ได้ถ้าไม่เน่าเกินไป คงตกทอดมาให้อิชั้นได้ใส่ลากไปมาแถวๆ นี้ แต่ลองแล้วไม่ค่อยสบายเวลาเดิน ถึงจะนิ่ม แต่เวลาเดินตรงส้นเท้ามันเป็น vacuum สูบๆ ดูดๆ พิกลๆ อยู่ แต่ไม่เห็นยัยคนนั้นบ่นเลยค่ะ 555

จบแล้วค่ะ

Shoe_Page-05

Happy 4th of July Everyone..!!

Tuesday, June 30, 2009

My Child - ลูกของช้านนนนน…

เซ็งๆ เบื่อๆ เหนื่อยหน่ายในหัวจิตหัวใจ มาหลายวันแล้ว เมื่อวานไปหาหมอฟังผลนมกับโม๊ะ ดันไปสาย 15 นาที โดนเลื่อนนัด ไปวันที่ 10 กรกฎาโน่น ที่เราไปรอนานๆ เป็นชั่วโมงไม่เห็นจ่ายค่ารอ หรือลดราคาวะ มีแต่พวกอึงเท่านั้นนะที่เวลามีค่า…ไอ้พวกหมอทั้งหลาย ก็ลุ้นกันต่อว่าจะได้ฟังข่าวดีหรือข่าวร้าย แต่ผลนมน่ะทางโรงบาลส่งมาให้แล้วว่า “ปกติ” นมยานสวย บีบได้แบนแต๋ง่ายดี 555

page-422

ลืมไปจะมาเล่าเรื่องเมื่อวานที่ไปนั่งรอหมอ ไอ้ก๊อตตี้ก็ดื้อด้านตามปกติ ส่งเสียงดัง วิ่งวุ่นวายไปหมด ไล่จับจนเหนื่อยเกิดไอเดีย เอาปากกากับกระดาษให้มันขีดๆ เขี่ยๆ เล่น มันก็สงบเงียบ น่ารักน่าเอ็นดูขึ้นมาเลยลูกช้านนนน… สักพัก อีเจ้าหน้าที่ทำหน้าดุส่งเสียงมาบอกว่า pens or markers are not allowed in this office … แม่ม….ลมออกหูเลย กรูไม่ยักกะเห็นมรึงมี sign ตรงไหนบอกห้าม เอาวะ กรูเกลียดมืงละกัน อีฟาย 555 ด่าเค้าในใจก็พอทุเลาดีกรีความโกรธได้บ้าง แล้วก็เก็บปากกาสมุดโน๊ตใส่กระเป๋าอย่างว่าง่าย พร้อมกับบอก ซอรี่ แม่ม (มืงงง) 

IMG_4673-w

ตานี้ไอ้ก๊อตตี้ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งอย่างแรงขึ้นมาอีก เปล่งวาจาผรุสวาทกึกก้องกัมปนาทออกไปว่า “ฟักคํ” ด้วยเสียง K - เอนด์ซาวนด์ ชัดเจน คิดกันเอาเองว่ากี่ลูกกะตาในคลีนิคที่ไม่จ้องมองมาที่อิชั้นและลูก “0” ศูนย์ค่ะ zero-สูญ ถึงติดลบเลยแหละ แม้แต่ลูกเด็กเล็กแดงที่จ้องมองมา มันอ้าปากหวอ จอว์ดร๊อพ กันเป็นแถว อายแบบอยากแซกแผ่นดิน ทันใดอีเจ้าหน้าที่อีกคนก็เรียกขานนามอันไพเราะของอิชั้นขึ้นมา ก็เลยรีบวิ่งแจ้นไปหาเธอ แล้วเธอก็บอกว่าขอเลื่อนนัด เพราะคุณหมอโดนเรียกตัวไปผ่าตัดด่วน อิชั้นไม่มีอิดออด หรือ ต่อล้อต่อเถียง คว้าไปนัด คว้าลูกๆ วิ่งหนีขึ้นรถ ออกรถปรื้ดดดด… หายวับไปในแสงแดด “ปิ๋ง”

11-8-2008-3-52-52-PM

ไม่สามารถแก้ตัวหรืออธิบายในที่เกิดเหตุได้ มาอธิบายตรงนี้ดีกว่า ไอ้ลูกบ้านี่ก้อนะ… ก่อเรื่องจนได้ ไม่รู้จะด่าอะไรมัน 2 ขวบ 8-9 เดือน เพิ่งจะพูดได้ไม่กี่คำ ไอ้ที่ชัดๆ ด้วยเสียงและความหมายก็นับได้ไม่กี่คำ แต่ไอ้ที่ชัดเจนฉะฉานและไม่ต้องการให้มันพูดเนี่ยก็ก่อปัญหาจนได้ คำว่า “ฟัก” ของไอ้ตัวแสบมีที่มาจากพ่อ “สัง-ลัง-ม่าย-ลี” ของมัน ชอบพูดคำ curse คำ ขอร้อง ด่าว่า ห้ามปาม ทะเลาะกัน กี่ร้อยครั้งมันก็เลิกไม่ได้ บอกห้ามพูดคำพวกนั้นต่อหน้าลูกๆ เลิกได้ก็เลิกซะ มันบอกมันพูดแบบนี้มาตั้งแต่เกิด แล้วรอมมี่ก็ได้ยินได้ฟังพ่อมันพูดแบบนี้มาตลอดชีวิตของอีรอม ไม่เห็นอีรอมมันพูดคำหยาบซักที เอากะมันสิ ไอ้กันแก่ๆ นี่สอนยากวุ๊ย ต่อๆๆๆๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องด่าทอผัวให้ชาวโลกฟัง ตอนจีบกันน่ะไม่ได้ยินซัก “F” เลย แต่ตอนนี้อิชั้นน่ะปั๊ดตะนาไปสูสีกะผัวแล้วหล่ะค่ะ

PhotoFunia_42e17a

กลับไปที่ไร่ฟักแฟงของไอ้ตี้ อิชั้นก็ไม่เข้าใจว่าเวลามันพูดคำนั้นออกมามันอยากสื่อความหมายว่าอย่างไร มันก็ไม่ได้พูดบ่อยๆ หรอก บางทีมันพูดเวลามันโมโห บางทีมันพูดเวลามันแฮ้ปปี้ หลังๆ มามันเรียกปืนของเล่นมันว่าฟัก เวลามันหาปืนมันไม่เจอมันจะพูดว่า มายฟัก มายฟัก อิแม่มันก็พยายามเบี่ยงเบนฟามหมายและ rhyme ตาหลอด อย่างเช่น duck, bug, hug, mug, luck, snug สารพัด..แล้วแต่จะนึกออกแหละ พอมันหาปืนฟักของมัน อิแม่ก็จะพูด your gun… This is your gun, this thing calls GUN! ย้ำซ้ำอยู่นั่น แต่ไม่เคยได้ผล นึกเสมอเลยว่ามันจะต้องไปพูดนอกบ้าน-แล้วมันก็พูดจริงๆ ตามคาดหมาย พยายาม fix เรื่องนี้เพราะรู้ว่าถ้ามันไปพรีสคูลแล้วยังเอาฟักแฟงติดไปโรงเรียนด้วย มันโดนไล่ออกแน่ แถมอิแม่มันต้องขายคี่หน้าไปชั่วชีวิต เฮ้อ…. เหนื่อยใจ

IMG_0577-w เอ้า อ่านกันขำๆ

A low-life or lowlife is a term for a person who is considered unacceptable by their community in general. Examples of people who are often called "lowlives" are skells, prostitutes, drug addicts, drug dealers, alcoholics, hustlers, pimps, slumlords, criminals and corrupt officials or authority figures. It may be used in a more general sense to describe anyone not "living the high-life", such as persons with low incomes or who live in poor conditions (or anyone else perceived as "lazy" by the middle and upper class), but such usage is commonly seen as an indicator of classist elitism and unfounded prejudice. Often, the term is used as an indication of disapproval of antisocial or self-destructive behaviors, usually bearing a connotation of contempt and derision.

Thanks > > http://en.wikipedia.org/wiki/Low-life

11-26-2007 4-04-47-s

ส่วนน้ำตาลในเลือดวันนี้ เลขที่ออก …. 80 ถือว่าอยู่ที่ bottom line ของ "ปกติ" ค่ะ รีบไปดวดเป๊บซี่ด่วน 1 ป๋อง 5555 อ้วนต่อไป

 

All the Best Everyone .!!!

SpoiledRotten

Sunday, June 28, 2009

มันอะไรกันจ๊าาาา…

อพยพข้ามมหาสมุทรมาอยู่ทุ่งกุลาเมืองฝรั่งเสียนาน ด้วยสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวพังมาได้พักใหญ่ๆ แล้ว ก็เลยไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเมืองนอนหลายปีแล้ว แต่ก็พยายาม catch up ตลอดว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่เมืองไทยบ้าง เปิดเว๊บดูโน่นนี่ ไปเรื่อยเปื่อย นอกเหนือไปจาากความไม่สงบเกี่ยวเนื่องมาจากการเมืองและความขัดแย้งทั้งหลายแล้ว ที่ทรมานร้าวรานใจและคิดถึงที่สุดนอกเหนือไปจากครอบครัวที่รักแล้ว ก็คือ อาหารไทย (แท้ๆ ที่เมืองไทยเท่านั้น) ไม่ต้องแฟนซีอะไรหรอก อิชั้นน่ะรับทานได้โม้ดดด…. ตั้งแต่ข้าวเหนียวหมูปิ้งยันตับห่านใจโหด - Foie Gras ราคาทองคำ อาหารไทยที่คิดถึงน่ะ นับตั้งแต่รถเข็นผ่านหน้าบ้าน ร้านปากซอย ตลาดโต้รุ่ง….ภัตตาคาร เหลา..ไปจนถึงร้านดัง โรงแรมหรู ไม่ว่าจะเป็น โรตี ปาท่องโก๋ ขนมครก ก๋วยเตี๋ยว ข้าวผัด แค่ดูรูปก็นั่งน้ำลายยืดดดดดด…….. เก็บเอาไปนอนฝัน (ฝันร้าย-ฝันหลอน เลยแหละ) แล้วพ่อคุณแม่คุณเจ้าพระคุณรุนช่องเด็กรุ่นใหม่นี่มันถ่ายรูปกันเด็ดดวงซะจนอยากจะเอามือหยิบออกมากินซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว  รูปที่เอามาแปะเป็นของใครก็อย่าได้โกรธกันนะคะ ขออนุญาตและขอขอบคุณมา ณ ที่นี้เลย เพราะพอเห็นรูป น้ำลายยืด ก็เซฟไว้ เพราะหิวโหยเลยไม่ได้เซฟที่มา ขออภัยด้วยนะคะ

FoodPage-01

คนอ้วนก็ต้องเบิกโรงด้วยเรื่องอาหารเสมอ 555 ตานี้ก็มาถึง เรื่องสวยงาม เสื้อผ้า หน้า ผม เปิดไปที่ไหนๆ อ่านเว๊บใดๆ อะไรๆ ก็ เกาหลี เกาหลี มันอะไรกันฟระ เมื่อก่อนก็ต้องลูกครึ่งฝรั่ง ต่อมาก็หน้าหมวย ต้อง ขาว สวย หมวย อึ๋ม  เท่านั้น ผิวพม่า นัยตาแขก ตาโต ผิวสีน้ำผึ้ง หรือ สวยแบบไทยๆ ไม่เป็นที่ยอมรับในเมืองไทยนี่มันชักยังไงๆ อยู่ “เกาหลีลุ๊ค” นี่มันไม่ exotic เลยแหละ แถมเด็กสาวๆ รุ่นใหม่ ล้วนเกาะติดเทรนด์อย่างเหนียวแน่น ตอนที่ฮิตผมตรงเป๊ะแบบ pin-straight ก็ไปยืดผมยาวเหยียดตรงเป๊ะกันทั้งบ้านทั้งเมือง (ธุรกิจใหม่เกิด ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ developed 555) อันนั้นไม่เท่าไหร่ อ่านเจอว่าฮิตใส่รองเท้าบู้ทกัน คงเพราะเห็นบรรดา starlet จากฮอลลิวู้ดใส่-ก็ซื้อหามาใส่กันบ้าง ….เห็น (รูป) แล้วก็ อูยยยย…. ร้อนแทน เมืองไทยมันร้อนชื้น เหงื่อสาดกันเกือบตลอดเวลา จะ “ติงเม๋ง” กันทั่วหน้าหรือป่าวน้อ…. 5555

page-001

อิชั้นอยู่ห่างจากฮอลลิวู้ดไม่เท่าไหร่ ได้เห็นเด็กสาวๆ แถวนี้ก็แต่งตัวให้หญิงใหญ่อย่างอิชั้นปวดตาปวดใจอยู่บ่อยๆ ตอนนี้ร้อนตับแล่บ 100 ฝ่าๆ นวลนางก็ใส่เสื้อกล้าม เสื้อสายเดี่ยว กับกุงเกงสั้นจู๋ Micro Short Shorts ทีกะลังฮ๊อตฮิตอย่างแรง (ไอ้ท่อนบนใส่อะไรก็ใส่ไปเถอะ-ไม่ก่อกวนหัวใจและสายตาอิชั้นหรอก) บางนางก็ดูดี ขาเรียวยาว ผุดผ่อง แหม..มันช่างน่ามอง แต่บางนาง..เห็นแล้วก็แบบ… โถ…อีหนูเอ้ยย… ขาที่อวบกว่าขาโต๊ะสนุ๊กน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ที่บ้านคงไม่มีคนรัก-คนห่วง เพื่อนๆ ก็ไม่จริงใจ กันเลยหรือไร เธออ้วนอวบแล้วใส่กางเกงจุ๊ดจู๋ พอเดินไปมาไม่เท่าไหร่ ขากุงเกงที่สั้นกุดนั่นก็ร่นหุบหายเข้าไปในหลืบขา (เรียกอะไรวะ หว่างขา ขาหนีบ 555) บางคนก็หุบหายไปทั้ง 2 ขา บางคนก็หุบหายขึ้นไปแค่ขาเดียว แล้วเบ้ากางเกงมันถูกดึงรั้งเข้าไปก็พองโป่งโดงบวมโดดเด่นขึ้นมา มันไม่งามเลย โถๆๆๆๆ เพื่อนฝูงพ่อแม่พี่น้องไม่มีใครบอกใครเตือนเลยเน๊าะ หนูๆ สาวไทย ไม่รู้เป็นกันหรือป่าว คิดว่าน่าจะ “ไม่” เพราะสาวไทยส่วนใหญ่ไม่อวบอ้วน มีแต่แบนบางเอวกิ่วเล็กกว่าต้นแขนอิชั้น ไม่งั้นจะมีเสื้อผ้าไซ้ส์ 5XS หรือ XXXXXS หรือว่ามีเล็กกว่านั้นอีกก็ไม่รู้ 5555 พูดแล้วก็แปลกนะ เวลาเห็นคนใส่ชุดว่ายน้ำ บิกินี่ โชว์เนื้อหนังมังสา กลับเฉยๆ สวยงามมากน้อยแต่กต่างกันไป แต่พอแต่งตัวไม่เรียบร้อยกลับดู not nice อธิบายยากจัง เป็นเรื่องของ “กาละและเทศะ” มั๊ง

page-003

หลังๆ มา ก็ได้ข่าวเรื่อง ฮิตทีวีซีรีส์เกาหลีกันอย่างรุนแรง อยากดูวุ๊ย เห็นติดกันงอมแงม แต่ไม่กล้าเริ่มเพราะเดี๋ยวติดหนักแล้วต้องไปเลิกที่ถ้ำกระบอก 555 จากนั้นมาก็ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ข้าวของใช้ทั้งหลาย ต้องจากเกาหลีเช่นกัน อ่านฟังกระแสความแรงของเกาหลีแล้วก็ใจมันร้อน  ใจมันรน อยากได้อยากซื้อหามาใช้บ้าง แต่อิชั้นอยู่ในโซนของโลกที่เค้าไม่นิยมอะไรๆ เกาหลีเลย ซื้อหาอะไรไม่ได้เลย เริ่มจาก บีบีครีม ยอดฮิต โหยหาโวยวายอยู่นาน จนคุณเพื่อนๆ จากเมืองไทย โยนข้ามทวีปส่งมาให้ได้ใช้ ยังมีอีกเยอะมากมายหลายไอเท่มที่โวยวายไล่กวดให้เพื่อนๆ เดือดร้อนเขวี้ยงใส่เรือบินมาให้ แต่ไอ้ที่พอได้รู้ได้ยินได้เห็นแล้วก็ งงๆ ก็เกาหลีลุ๊ค ผู้ชายก็ซอยผมทรงหนูแทะทิ่มหูทิ่มตา รากไทรรุงรัง ขนาดดารา-นักร้องหน้าตาดีๆ บางคนทำแล้วก็เสียหล่อ บางคนก็แค่โอเค ไม่กี่คนที่ทำแล้วดูน่ารัก พอหนุ่มๆ ถึกๆ เดินถนนไปก๊อปลุ๊คเกาหลีมาบ้าง เห็นแล้วก็ โอ้ มาย บุ๊ดด้า ช่างกล้านะลูก 555 ส่วนสาวๆ ก็ต้องใส่เลนส์ตาโตๆ แต่งหน้าให้ดูหน้าเผือดๆ ซีดๆ แล้วทำปากจู๋ๆ เด็กสาวๆ ถ่ายรูปแล้วโพสต์ท่าเดียวกันโม้ด… เห็นแล้วขำง่ะ บางคนก็ทำน่ารัก ก๊อปเค้าได้อย่างน่าดู แต่บางคนเห็นแล้วก็ กร๊ากกก… ฮานาก้า อยู่คนเดียว ทีแรกก็นึกว่า เราคงบ้า…เห็นเป็นขำอยู่คนเดียว ที่ไหนได้ อ่านไปเรื่อยเปื่อย มีคนที่ไม่ชอบเทรนด์เกาหลีเยอะแฮะ บางคนก็โพสต์ ด่า ต่อต้าน ซะรุนแรง แต่ที่ขำกลิ้งก็ที่บางคน เปรียบเทียบสาวๆ ตาโตๆ ปากจู๋ๆ กับสิงสาราสัตว์ 555 อย่าง ดูดิ อันนี้ก็เทรนด์เกาหลี ตาโตๆ ปากเล็กๆ จู๋ๆ แล้วก็โพสต์ รูปตุ๊กแก รูปนางอาย รูปกบ รูปปลาทอง-ปลาทู ขำก๊ากมากมาย 5555 ช่างเปรียบนะพ่อคู้นนนน…. (ไม่กล้าแปะรูปคุณตุ๊กเค้า-เพราะเกลียดกลัวคุณตุ๊กมากกกกก…ค่ะ)

page-002

จบดีกว่า ไม่มีสาระ มาบ่นตามประสาคนแก่ๆ อ้วนๆ ที่ตามกระแสไม่ทัน 555

Have A Nice Weekend Everyone !.!.!

Tuesday, June 23, 2009

My Daily Skincare Regimen

Pictures tell all… no explanation needed.. Ha Ha

Morning

SkinCarePage-01

Before Bed

SkinCarePage-02

Thanks for stopping by ….

Have a nice day everyone !!

Thursday, June 18, 2009

Water Intoxication

วันนี้ต้องไปทำ Mammography & Pelvic Sonography หรือ ultrasound นั่นเอง ก็สืบเนื่องมาจากเช็คอัพประจำปี การทำนัดบ้านนี้เมืองนี้มันยุ่งยากและรอนาน (รู้ๆ กันอยู่) บางทีรอนานๆ เข้า ก็งงว่ากรูจะไปหาหมอทำไมฟระ เพราะได้หายป่วยหายไข้ไปนานแล้ว แต่อันนี้ต้องไปทำแมมโมแกรมเพราะไม่ได้เอานมไปเข้าเครื่องรีดตั้งแต่ก่อนท้อง ตอนนี้ไอ้ตี้ 2 ขวบ 8 เดือนแล้ว 555 do the math กันเอาเอง พอไปตรวจประจำปีตอนท้องก็ห้ามทำแมมโมแกรม พอตอนให้นมก็ห้าม พอไปอีกปีไอ้ฟายน้อยตี้ก็ยังไม่หย่านม แหม..ถ้าตรวจตอนให้นมลูกอยู่ นมเป่งๆ คงจะกระฉูดเต็มเครื่องเค้า 555

เข้าเรื่อง เข้าเรื่อง เริ่มด้วยตื่นแต่เช้า (7 โมง…เช้าโคตรๆ สำหรับบ้านผีปอบ 555) กินน้ำ 32 ออนซ์ ตามที่ใบสั่งแพทย์ส่งมา ไปถึงโรงบาลก็ลงทะเบียน รอๆๆๆๆ คนมาทีหลังทะยอยกันเข้าห้องตรวจ ห้องเจาะ ห้องส่อง (x-ray) ตัดหน้าอิชั้นที่นั่งอ้วนรออยู่อย่างอดทน 4-5 คนได้ ชักฉุน เลยเดินไปถามอีนังเจ้าหน้าที่ เค้าบอกว่าอิชั้นมี 2 ตรวจ เลยจะให้เข้าไปปุ๊บ ส่งต่อกันได้เลย ทันใด เจ้าหน้าที่ อุลตร้าแมนสาวสวยก็มาเรียกให้อิชั้นเข้าโซนห้องส่อง ไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอบอกแค่ร่นกุงเกงลงก็พอเพราะหมอสั่งมาให้ส่องดูบริเวณอุ้งเชิงกราน พอเริ่มลงเจล เอาหัว probe ถูๆ กดๆ เธอก็บ่นว่าอิชั้นดื่มน้ำตามสั่งหรือป่าว ทำไม bladder ไม่เต็ม (ถ้ากระเพาะปัสสาวะเต็มใหญ่โต มันก็จะดันให้พวงอวัยวะหญิงลอยหน้าโดดเด่นขึ้นมา ง่ายต่อการรับชมรับฟังโดยการตรวจด้วยคลื่น…คำอธิบายโดยหมออู๋ 5555) ก็สั่งให้ออกไปตรวจนมซะก่อนและแด๊กน้ำอีก 1 ลิตร ที่กินมาก่อนมันจะรออยู่ในกระเพาะฉี่ได้ไงให้นั่งรอตั้งนาน หนีไปปลดปล่อยซะรอบนึงแล้ว นี่ขนาดพกขวดน้ำไปดวดตลอดเวลา

เค้าก็พาไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า บอกให้ปลดแต่ท่อนบน แล้วก็ไปนั่งรอด้วยเสื้อโรงบาลรุ่งริ่งหาที่ผูกที่ติดกันอุจาดได้ยากจริง ก็กุมๆ กำๆ ไว้นั่นแหละ ผู้คนก็เดินผ่านไปมาไม่ได้หยุด กรูล่ะเซ็ง ….. พอครู่ใหญ่ๆ ป้าๆ คนนึงพูดเพราะ ดูใจเย็น มาบอกว่าไปตรวจได้แล้ว ก็คุณป้านั่นแหละเป็นเทคนิเชี่ยนเครื่องแมมโมแกรม หน้าตาใจดี พูดเพราะ การตรวจเป็นไปอย่างเรียบร้อย รวดเร็ว เจ็บ ship หาย นมกำลังระบมเพราะใกล้จะมี ปจด. ง่ะ เจ็บๆๆๆๆ แต่ก็จบเสร็จไปเรื่องนึง คุณป้าคนสวยก็พาอิชั้นมาส่งคืนให้กับน้องเม๊กซิกันคนงาม วันนี้โชคดีแฮะเจอแต่คนสวยๆ ใจงาม ไม่เจอ ฮิปโป หมีฟาย ใดๆ เลย 5555 เค้าคงไม่อยากให้ฮิปโปมาเอ๊กแซมฮิปโปมัง 555 

Attempt # 2 เธอก็ให้อิชั้นร่นกุงเกงลงอีก หาผ้าคลุม ลงเจล เอาหัวตรวจมากดๆ จ่อๆ เธอก็จ๊ากขึ้นมาอีกว่าฉี่ยังไม่เต็มถัง แถมโชว์ว่า ดูดิ ฉี่กะลังไหลลงถังเลย แต่ยังตรวจไม่ได้ อัญเชิญให้ทดออกมารอหน้าห้อง แถมบอกให้กินน้ำอีก ครึ่งลิตร ก็กะเดือกลงไปได้อีกหน่อยนึง แล้วก็เป็น waiting game รอๆๆๆๆ ต้องเดินไปมา เพราะนั่งแล้วมันจะล้น ทั้งเรอ ทั้งปวดฉี่ ทั้งอยากจะอ้วก ฯลฯ ทรมานมากๆ รอๆๆๆ เธอก็ไม่มา สุดท้ายเธอก็มา Attempt # 3 ตรวจได้ เห็นชัด เธอว่างั้น เธอวกวนดูอยู่จุดไหนจุดหนึ่งมองไม่เป็นแต่รู้สึกได้ แล้วก็หมั่นชี้ๆ บนจอให้ผู้ช่วยเธอดู แล้วก็พยักหน้าหงึกๆ หงักๆ ไม่พูดอะไรออกมาให้อิชั้นได้ยิน ใจชักฝ่อ แล้วเธอก็บอกว่า ไปฉี่ได้แล้ว แต่ขออนุญาตตรวจจากด้านในนะ เพราะอยากเห็นบางจุดให้ชัดเจน อ้าว หมอประจำองค์อิชั้นไม่ได้สั่งนี่หว่า หรือมันตรวจเจอเอเลียนแอบอยู่วะ แงๆๆๆ พอไปฉี่กลับมา เธอก็ให้ถอดท่อนล่างออกหมด เอาผ้าคลุม เอา probe แท่งเรียวๆ มิใช่ dong ใหญ่ยักษ์ 555 เธอตรวจอยู่นาน อิชั้นรู้สึกจะตาย ทั้ง emotional & physical เลย แล้วเธอก็บอกเสร็จแล้ว แต่งตัวกลับบ้านได้ หมอโม๊ะของอิชั้นจะได้รับผลใน 3 วัน จริงๆ หมอโม๊ะ OB/GYN ของอิชั้นส่งใบนัดมาให้นานแล้วแหละ ว่าไปฟังผลที่ตรวจทั้งหมดวันนี้ได้ในวันที่ 29 เฮ้อ… ลุ้นอีกแระ…

พอเดินออกมาจากห้องตรวจ รู้สึก หวิวๆ lightheaded แวะฉี่อีกรอบ เดินไปเอารถ ขับรถกลับบ้านด้วยอาการปวดหัวแบบหัวจะระเบิด ล่องลอยน่าก่ออุบัติเหตุ ถึงบ้านกินไทลิน่อลไป 2 เม็ด กะว่าจะนอนซะหน่อย พอดีลูกๆ ตื่น เลยให้อีพ่อมันดูแลอาหารเช้าลูกก่อนออกไปทำงาน อิชั้นสลบเหมือด พักนึงแล้วก็หลับๆ ตื่นๆ ปวดหัวอย่างแรงมากๆ แต่หิวมากเพราะยังไม่ได้กินอะไรเลย พอกินข้าวลงไป อยากอ้วก ปวดหัวแบบมึนๆ ไม่หายทั้งวัน เลยนึกขึ้นได้ว่าเป็น Water-Overdose!  Did I just overdose on water? OD on water ฟังดูขำๆ โง่ๆ แต่มันมีจริงๆ นะ ปริมาณที่กระเดือกเข้าไปไม่เท่าไหร่หรอก แต่ช่วงเวลานั่นแหละที่เป็นตัวการ อิชั้น “ดวด” น้ำ เข้าไป 2 ลิตร ในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

Water intoxication (also known as 'hyper-hydration' or water poisoning) is a potentially fatal disturbance in brain functions that results when the normal balance of  electrolytes in the body is pushed outside of safe limits by over-consumption of water. Normal, healthy (both physically and nutritionally) individuals have little to worry about accidentally consuming too much water. Nearly all deaths related to water intoxication in normal individuals have resulted either from water drinking contests, in which individuals attempt to consume more than 10 liters (2.2 imp gal; 2.6 U.S. gal) of water over the course of just a few minutes, or long bouts of intensive exercise during which electrolytes are not properly replenished, yet massive amounts of fluid are still consumed.

Thanks > > http://en.wikipedia.org/wiki/Water_intoxication

 

 

 

Tuesday, June 09, 2009

Rommy & the TUTU…..

ในที่สุดรอมมี่ก็ได้ “ทู้ทู่” ที่คร่ำครวญกวน “ตรีน” อยู่นาน ดูกันเอาเอง ว่ามันเอ็นจอย tutu ที่อยากได้ขนาดไหน ใส่เต้นระบำรำฟ้อนอยู่ในบ้าน ใส่ไปซื้อกับข้าวกับแม่ มันไม่อาย 55555 แต่อิแม่มันอาย 5555

page-419

ไม่มีอะไรจะเล่า เพราะเหนื่อยๆ เซ็งๆ อยู่หน่อยๆ มาดูสารพัดยาที่ทดต้องแด๊กกันดีก่า เยอะแยะตาแป๊ะก่ายจริงๆ ทุกอย่างหมอสั่งให้แด๊กทั้งน้าน หมออู๋มิได้ซี้ซั้วจัดหามากินเองหรอก เป็นที่รู้ๆ กันว่าไม่ชอบกินยา

Bayer Aspirin Baby Dose 81 mg. แด๊ก วันละ 1 มะเล็ด เพื่อ thin เลือด ช่วยลดอัตราการเสี่ยงโรคหัวใจ อันนี้หมอเขียนใบสั่งให้ แต่ไม่ได้ไปซื้อ เพราะมีอยู่แล้วที่บ้าน

Veramist เอาไว้พ่นจมูก รูละ 2 ปื้ด ทุกเช้า แก้ภูมิแพ้ ซื้อหาเอาเองไม่ได้ ต้องใช้ใบสั่งแพร่ดจ้า

Zolpidem 10 mg. เป็น generic ของ Ambien® คือ ยานอนหลับนั่นเอง รักษาอาการ Insomnia นอนหลับกระสับกระส่าย ตื่น (แม่ง) ทั้งคืนอย่างยิ๋งทด หมอสั่งให้กินก่อนนอนคืนละ 1 เม็ด

Claritin เป็นยาแก้ภูมิแพ้ที่ซื้อเองไม่่ต้องใช้ใบสั่งยา เดิมกิน Zyrtec ที่หมอสั่งให้มาหลายปีแล้ว แต่ไม่ชอบ เพราะทำให้ง่วงตลอดวัน (ขี้เกียจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต้อง “สลึ๋มกึ๋ม” ทั้งวันอีก เข้าล๊อคเลย นอนทั้งวัน แต่พอมีลูกต้องดูแล ไล่ตี นอนทั้งวันไม่ได้ค่ะคุณๆ) ไอ้ยาทั้ง 2 ตัว เดิมซื้อ over the counter เองไม่ได้ ต้องมีใบสั่ง เพิ่งเมื่อกลางปีที่แล้วมั๊ง ที่ FDA อนุญาตให้ยาทั้ง 2 ยี่ห้อวางขายได้ตามเค้าน์เต้อร์ ไอ้พวกบริษัทประกันสุขภาพก็สบายไปเลย ไอ้ Claritin เนี่ย หมอสั่งให้กินก่อนนอนวันละ 1 เม็ด

Vicodin 5 – 500 mg. (Vicodin® (hydrocodone/APAP) is a prescription medication approved to treat moderate to moderately severe pain. It is a narcotic and is classified as a controlled substance, which means that special laws and regulations control its sale and use.) อันนี้เก๋จ้า ใบสั่งจะกี๊บเก๋กว่าอย่างอื่น ห้ามเขียนรวมกับยาอย่างอื่น เพราะเป็นยาเสพติด มันเป็น “ฝิ่น” หรือไงนี่แหละ หมออู๋ไม่แน่ใจ เป็น 1 ใน popular pain killers เลยแหละ จำได้แม่นว่าได้เสพครั้งแรกตอนผ่าตรูด 2 มะเล็ด ทุกๆ 6 ชั่วโมง อิชั้นเซิ้งออกมาจากโรงบาลหลังจากฟื้นยาสลบได้ 2 ชั่วโมง ไปแด๊กอาหารไทย กลับบ้านคี่ปรู้ด…สะดวกตูด มิมีซี๊ดซ๊าด พอข้อมือเจ็บหมอก็จ่ายให้อีก พอผ่าคลอดได้มาอีกฝูงใหญ่ หมอให้กินทีละ 2 เม็ดทุกๆ 4 ชั่วโมง สลับกับ Valium 1 เม็ด ทุกๆ 6 ชั่วโมง อิชั้นเหมือนลอยอยู่ใน Twilight Zone ไม่มีอาการเจ็บปวด ทั้งๆ ที่เพิ่งถูกหมอเถือกลางลำตัวขาด 2 ท่อน ควักลูกออกมา สุดท้ายหมอ OB/GYN ประจำองค์สั่งให้พกไว้แด๊กเวลาปวดท้องนรกที่เป็นมาตลอดชีวิต ชะงัดนัก ครั้งละ 2 เม็ดเวลาปวด ไม่ปวดก็ไม่กินจ้า ยังไม่ติด เพราะยังไม่ได้เป็นอเมริกันชนโดยแท้ 555 คนชาตินี้…แม่ม..เสพ prescription drugs กันเป็นว่าเล่น ติดกันงอมแงม ผลพวงของ healthcare business โดยแท้

Metformin 500 mg. อันนี้เป็นยาที่เริ่มกินตั้งแต่ตอนท้อง เพราะควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้ พุ่งปรู้ดถึง 236 ด่วนดิ่งนรกชัดๆ ตอนท้องให้กินครั้งละ 1 เม็ด เช้า-เย็น แต่ตอนนี้ให้ลดลงมากินครั้งละครึ่งเม็ด เช้า-เย็น เหมือนเดิม น้ำตาลตอนนี้ก็ไม่ค่อยดีนัก แต่หมอบอกว่าโอเค ประมาณ 100-120 ไม่รู้ว่าต้องกินยาบ้านี่ไปจนตายหรือป่าว

Enalapril 2.5 mg. อันนี้เป็นยาน้องใหม่รักษาฟามดันทุรังสูงของอิชั้น ต้องรับทานก่อนนอนวันละ 1 เม็ด ดูกันต่อไปว่าจะเลิกดันทุรังสูงหรือไม่ เมื่อไหร่ อย่างไร

Ferrous Sulfate 325 mg. ไอ้ธาตุเหล็กนี่กินมาเนิ่นนานแล้วก็ไม่เห็นให้เลิก กินตั้งแต่ท้อง สุดท้ายเช็คอัพเดือนก่อนเลือดก็ยังไม่ดี ยังเป็นโลหิตจาง Anemic อยู่ เบื่อๆ กินยาบ้านี่มากๆ ไอ้ยาบ้านี่กินยากด้วยสิ เม็ดเล็กๆ ก็เถอะ กระเพาะว่างก็อ้วก กินช่วงใกล้ๆ กับอาหารนมก็ไม่ได้ แคลเซี่ยมไปบล๊อกการดูดซึม ก่อนนอนก็ชอบแด๊กไอติมซะด้วย ก็คงต้องฝืนกินไปเรื่อยๆ จนกว่าผลเลือดจะดีหรือหมอสั่งให้เลิกมั๊ง ที่กินก็คือก่อนนอนวันละ 1 เม็ด

Hydroxyzine Pamoate 25 mg. (Hydroxyzine is used for the short-term treatment of nervousness and tension that may occur with certain mental/mood disorders (e.g., anxiety, dementia). It is also used to treat itching from allergies and other causes (e.g., reactions to certain drugs). It may also be used to help you feel calmer before/after surgery, or to help certain narcotic pain relievers (e.g., meperidine) work better.) อันนี้แด๊กก่อนนอนวันละ 1 มะเล็ด ช่วยเรื่องนอนยาก และ Allergy ก็กินสลับกับไอ้ Zolpidem ในช่วงที่ Allergy ค่อนข้างสงบ 

MedicinesPage-04

ไอ้พวกข้างล่างคือวิตามินที่กินทุกวัน ไม่กินยาไม่กินวิตามินก็โดนผัวด่า มันกลัวเมียตาย ยิ่งไปอ่านข่าวว่าสาวใหญ่อายุแก่กว่าแค่อิชั้น 1 เดือน เพิ่งตายห่าลง เป็นมะเร็งมะเส็ง หรืออะไรก็ไม่แซบ มันยิ่งเครียด ไล่ไปหาหมออยู่นั่น คนบ้านนี้แค่ “ตด” ก็ไปหาหมอ 555 ตามที่ใครๆ เค้าว่ากันจริงๆ น้าาาา……

Monday, June 08, 2009

The Mom Song

Momsense:

Words by Anita Renfroe Copyright 2007 Bluebonnet Hills Music/BMI

Get up now
Get up now
Get up out of bed
Wash your face
Brush your teeth
Comb your sleepy head
Here's your clothes
And your shoes
Hear the words I said
Get up now
Get up and make your bed

Are you hot?
Are you cold?
Are you wearing that?
Where's your books and your lunch and your homework at?
Grab your coat and your gloves and your scarf and hat
Don't forget you got to feed the cat
Eat your breakfast
The experts tell us it's the most important meal of all
Take your vitamins so you will grow up one day to be big and tall
Please remember the orthodontist will be seeing you at three today?
Don't forget your piano lesson is this afternoon

So you must play
Don't shovel
Chew slowly
But hurry
The bus is here
Be careful
Come back here
Did you wash behind your ears?
Play outside
Don't play rough
Would you just play fair?
Be polite
Make a friend
Don't forget to share
Work it out
Wait your turn
Never take a dare
Get along
Don't make me come down there
Clean your room
Fold your clothes
Put your stuff away
Make your bed
Do it now
Do we have all day?
Were you born in a barn?
Would you like some hay
Can you even hear a word I say?
Answer the phone
Get Off the phone
Don't sit so close
Turn it down
No texting at the table
No more computer time tonight
Your iPod's my iPod if you don't listen up

Where you going and with whom and what time do you think you're coming home?
Saying thank you, please, excuse me
Makes you welcome everywhere you roam
You'll appreciate my wisdom
Someday when you're older and you're grown
Can't wait 'til you have a couple little children of your own
You'll thank me for the counsel I gave you so willingly
But right now
I thank you NOT to roll your eyes at me
Close your mouth when you chew
Would appreciate
Take a bite
Maybe two
Of the stuff you hate
Use your fork
Do not you burp
Or I'll set you straight
Eat the food I put upon your plate
Get an A, Get the door
Don't get smart with me
Get a Grip
Get in here I'll count to 3
Get a job
Get a life
Get a PhD
Get a dose of...
I don't care who started it
You're grounded until your 36
Get your story straight
And tell the truth for once for heaven's sake
And if all your friends jumped off a cliff
Would you jump too?

If I've said it once, I've said at least a thousand times before that
You're too old to act this way
It must be your father's DNA
Look at me when I am talking
Stand up straight when you walk
A place for everything
And everything must be in place
Stop crying or I'll give you something real to cry about
Oh!
Brush your teeth
Wash your face
Get your PJs on
Get in bed
Get a hug
Say a prayer with Mom
Don't forget
I love you
**KISS**
And tomorrow we will do this all again because a mom's work never ends
You don't need the reason why
Because
Because
Because
Because
I said so
I said so
I said so
I said so
I'm the Mom
The mom
The mom
The mom
The mom
Ta-da

Words by Anita Renfroe Copyright 2007 Bluebonnet Hills Music/BMI

แต่อิชั้นคิดว่าป้าคนนี้ร้องดีกว่ามากนะคะ