Friday, September 25, 2009

Crocs Attack !! ถูกรองร้องเท้าไอ้เข้บุก 555

จากโปรโมชั่นนี้ค่ะ

Crocs_Promotion

สั่งไปเมื่อวันอาทิตย์ ได้รับของวันนี้ (ศุกร์) ค่าส่งฟรี มาเปิดกล่องกันเลยค่ะ

ShoesPage-17

ไอ้ 4 คู่เหมือนนั่น คือ หนาวนี้เราจะเดินเป็นแฝดกันทั้งบ้าน พ่อ แม่ ลูกสาว ลูกชาย 5555 รองเท้าไอ้เข้รุ่นนี้ ใส่สบาย อุ่นเท้า (ตอนอากาศหนาว) มีใส่อยู่คนเดียวมาหลายปีแล้วค่ะ ใส่ไปร่อนซื้อข้าวของได้สบาย ถ้าไปขึ้นเขาลงห้วยล่ะก้อ ไม่ไหวแน่ๆ แต่พวกเราเน้นเอาไว้ใส่เดินเพ่นพ่านในบ้านเท่านั้นค่ะ สวมใส่-สลัดเตะออกจากเท้าได้ฉับๆ ไอ้มิกกี้สีแดงนั่นเป็นของลูกๆ ค่ะ จริงๆ อิแม่ก็อยากได้แหละ เอาไว้ใส่เหมือนลูกๆ แต่ไม่เอาดีกว่า มันไม่รับหน้าจริงๆ ค่ะ 5555 แล้วลูกสาวเดี๋ยวนี้ก็ใส่รองเท้าใหญ่กว่าแม่ไป 1 ไซ้ส์แล้ว ถ้าหากมันไม่ใส่ แม่ก็คงพอใส่ถูๆ ไถๆ ลากไปลากมาแถวๆ นี้ได้ (มั๊ง)

ShoesPage-18

ดูจากออเด้อข้างล่าง ก็ไม่ได้ถูกอะไรมากมาย เพราะรองเท้าจากสปริงซีซั่นก็ได้ลดราคาลงไปแล้ว ไอ้ 4 คู่เหมือนก็ซื้อมาราคาเต็มๆ เลย ทีแรกจะไม่ซื้อให้นังซะมี เพราะคิดว่าคงไม่ใส่แน่นอน ลองแย๊บถามดู ข้าจะซื้อแบบนี้ใส่กัน เอ็งจะเอาด้วยหรือป่าว พี่แกก็เอ็ดตะโรมาเชียว “อะไรๆ ก็ให้กรู left-out อยู่คนเดียว ….เอาด้วยคู่นึง” พ่อจะเอา…แม่ก็จาดห้ายยยย…. แม่จะได้เลือกรองเท้าให้ตัวเองอีกคู่นึง 555 แต่รองเท้าจากสปริงซีซั่นที่ให้เลือกฟรี ก็ไม่ได้มีให้เลือกมากรุ่นหลายแบบหรอกนะคะ รุ่นที่เราชอบ ก็ไม่มีสี หรือ ไซ้ส์ที่เราต้องการ เลยได้มาอย่างที่เห็น กลายเป็น ธีม “แดง-ดำ” ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

Crocs_Promotion-01

Monday, September 21, 2009

หายไปนานเลย กลับมาอั๊พซะหน่อย

จริงๆ มีเรื่องต้องมาเล่าสู่กันฟังเยอะแยะ แต่… แหม…. มันนานแล้ว หลายๆ เรื่อง แก่แล้วชักเลอะเลือน แถมไม่ได้เอามาเล่าสดๆ ฉับๆ มันไม่มันส์นิ เป็นว่า…เอาของที่ซื้อไว้มาแปะให้ดูดีกว่า จริงๆ ซื้อเยอะแยะ เละเทะ จับฉ่าย มีทั้งที่ กิน ใช้ หมดไป เยอะเชียวค่ะ เอาแต่ที่ถ่ายรูปเก็บไว้มาดูกันดีกว่านะคะ

อันนี้เป็นกระเป๋าของอิชั้นเอง ไม่มีกะตังค์ซื้อไฮเอนด์แพงๆ กะใครเค้า แถมโอกาสจะใช้กระเป๋าเริ่ดๆ ดีๆ ก็มีน้อย จะแบกจะถือไปอวด โลโซ โค กระบือ แถวๆ นี้ก็ไม่เกิด “คุณ” หรือ ทำให้อิชั้นสุขสำราญใจแต่อย่างใด 55555 กระเป๋าที่เลือกใช้ (เลือกซื้อ) ส่วนมากคำนึงถึงความ versatile เป็นหลัก มันต้องเอนกอนันต์คุณประสงค์มากๆ ลากไป ฟาดมา ยัดเข้าไป เทออกมา ได้อย่างทนทาน และ “ความจุ” นี่ก็สำคัญยิ่งยวดจริงๆ เพราะยังต้องพกพาสารพัดสิ่ง เหน็บไดเป้อร์กับเบบี้ไว้พ์ของลูก บางทีล้วงไปมาเวลาจะจ่ายตังค์ซื้อของมีให้หน้าแตกแหกหลุดเป็นชิ้นๆ สิ่งที่ไม่น่าจะพบในกระเป๋าของบุคคลทั่วๆ ไปแต่สามารถพบเห็นได้ในกระเป๋ายอดคุณแม่อย่างดิฉัน เช่น รถ-เครื่องบิน-ของเล่นของลูก ผ้าขี้ริ้วเปียกๆ (ผ้าเช็ดจาน-เช็ดโต๊ะ) รีโหมตโทรทัศน์ รองเท้าของลูก (เพียง 1 ข้าง) แอ๊ปเปิ้ลที่ถูกกัดแหว่งๆ เหี่ยวๆ สีน้ำตาลเน่าๆ สารพัดกระดาษห่อขนมของคบเคี้ยว ฯลฯ คิดกันเอาเองเถอะค่ะ อุบาทว์จริงๆ วกกลับเข้ามากระเป๋า 2 ใบล่าสุด

ใบแรก เป็น PUMA (PUMA Campus Handbag สี Fiesta Red/Deep Wisteria) ชอบกระเป๋าพูม่า เพราะราคาไม่แพง ใช้ได้เรื่อยๆ ในวันสบายๆ คุณภาพก็เหมือนกระเป๋ากีฬาทั่วๆ ไป ไม่ได้แข็งแรงเลิศเลอเป็นพิเศษอะไร แต่มีแบบและขนาดให้เลือกมากดีค่ะ มีอยู่แล้ว 4 ใบ ต่างขนาด ต่างสี และต่างวัสดุ ใช้แล้วก็ติดใจ ใบนี้ใหญ่ Dimensions กำลังดีเลย 15" wide x 8" high x 5" deep แล้วหูก็สะพายใส่ไหล่อ้วนๆ ได้สบายๆ วันแรกที่ใช้ก็เกิดมีขำ ไปรับลูก เจอรถบรรทุกของ FedEx จอดอยู่ข้างๆ โห…. สีเดียวกับโลโก้เค้าเลย 555 แม่ง-สวด….ม่วง-แสด เหมือนกันเปี๊ยบเลยจ้า ลูกขำใหญ่ มีอีกวันต้องไปทานเลี้ยงกับนังซะมี ก็ขี้เกียจเปลี่ยนกระเป๋า เดินขึ้นรถโดนอีปั๋วแว๊ด…. ไปเปลี่ยนกระเป๋าเลยอีอ้วน อายเค้ามั่ง แก่แล้วนะ เดี๋ยวเค้านึกว่าถือกระเป๋าลูก ก็เลยไปจกๆ โยนๆ ของที่จำเป็นใส่ “ลุ๋ยตุ๋ย” ซะให้มันเสร็จๆ จบไป พอกลับถึงบ้านก็จับลุ๋ยตุ๋ยเทของกลับใส่พูม่าใบนี้เหมือนเดิม

Purse_Page-08

กระเป๋าใบต่อมาเป็น Marc by Marc Jacobs Standard Supply Utility Tote (สี Dirty Martini) แค่กระเป๋าเฉยๆ ก็หนักเอาการ ใช้อยู่ 2 วีคก็ต้องเปลี่ยน แต่จุได้ใจ พอมันยิ่งจุ ก็ยิ่งขนสมบัติขยะใส่เข้าไป ก็ยิ่งหนัก พอจะหาอะไรก็แทบเอาหัวเข้าไปงมหา สรุปก็ชอบนะ ดูแข็งแรงดี ราคาไม่แพง ถึงจะเป็นไลน์หนึ่งของน้อง “ยาขอบ” เค้า (เรียก ยาขอบ เหมือนชื่อเบอม่า ชะ ชะ ช่า เลยเน๊าะ 5555)  ขนาด ก้นกระเป๋า 14" xปากกระเป๋า 20" x สูง 11"  พอๆ ก็บ ลุ๋ยตุ๊ย-เนฟเว่อฟูลแหละ แต่หนักกว่าเยอะ โปรดสังเกดไอ้ตรงที่ต่อตัวหูกระเป๋ากับตัวกระเป๋าน่ะ ไม่ค่อยถูกใจเจ้เลย มันเหมือนจะไม่ทน แต่ลองกระชากๆ ดู ก็โอเคแหละ ไม่ขาดคามือ 5555 ซิปที่ปิดกระเป๋าก็ดูแข็งแรงดี มีช่องใส่ของเล็กน้อยและช่องซิปอยู่ด้านใน ถ่ายรูปกระเป๋าทั้ง 2 ใบ ได้ห่วยดี ดูยู่ยี่ยับเยินมากๆ เดี๋ยวงี่เง่าซื้อกล้องใหม่ดีกว่า เพิ่งซื้อกล้อง Canon SD780is ให้เบิ๊ดเดคุณพี่หญิงใหญ่สีแดงแปร๊ดดดดดดด…ให้เค้าแล้วเกิดลมริษยา อยากได้เอง 55555 แต่เล็งๆ G10 อยู่ สองจิตสองใจ วุ๊ย สึแดงมันแดงสะใจจริงๆ มันแดงงงง……หลอนมากค่ะ แล้วจะทำไงดีกับไอ้ 3 ตัวที่มีอยู่ ฮึ่ม

Purse_Page-09

ตานี้ก็มาถึงซื้อรองเท้าให้ลูกสาว เด็กอะไรไม่รู้ teen โตมากมาย ใส่รองเท้าเบอร์ 8.5 แล้วค่า ใหญ่กว่าแม่มันซะอีก คู่แรกก็ Ed Hardy ผีทะเลนั่น งอแงงี่เง่าอยากได้อยู่นานแล้วก็เลย คุณแม่จัดห้ายยย…ค่า พอนังหนูไปเห็น Coach หุ้มข้อเข้า-เธอลังเล อิแม่มันก็บอกนี่แกชั้นพิมพ์แบ๊งค์ไม่ได้นะยะ ทีละคู่ย่ะ เธอก็หน้าหงิกงงสับสนในชีวิตคิดไม่ตก….ไม่รู้จะเอาคู่ไหนดี อิแม่มันเลยใจอ่อน เอาวะ 2 ก็ 2 ไปจ่ายตังค์ แล้วก็บอกย้ำลูกใส่ให้มันคุ้มเงินนะเฟ้ย ข้าวของซื้อมาแพงๆ ต้องรักษา ส่วน teen น่ะ ชะลอการโตไว้บ้างก็ดี เฮ้อ เจือก teen ใหญ่กว่าแม่ แม่ใส่ด้วยก็ไม่ได้ แถมสไตล์ของแม่คุณ อิแม่จะขอประสมทั่วใส่ด้วย คงจะไม่น่าดู 5555 Emo Mommy 55555

ShoesPage-16

ตานี้ก็มาถึง Mario Badescu ที่ขอตัวอย่างไปโกฏปีจนลืม อยู่ๆ ก็เจอห่อในตู้จดหมาย ส่งมาในวันร้อนจี๋ด้วย เลยเยิ้มซะหน่อยนึง ยังไม่ได้ลองเลย ตอนนี้ก็ละเลงพรหล้าไปจนเคยชินแล้ว คล่องไม้คล่องมือ synchronized ได้ดีแล้ว ไม่อยากไปสลับสับเปลี่ยนอะไรตอนนี้ เลยเก็บไปก่อน เดี๋ยวจะเอามาลอง เมื่อชาติต้องการนะคะ

ส่วนเครื่องสำอางราคาเยา NYX ที่เลื่องลือว่าดีเกินราคา ไม่เคยคิดอยากจะซื้อมาใช้ เคยมีดินสอเขียนขอบปากอยู่ 1 แท่ง ก็ชอบแหละ เม็ดสีรุนแรงเข้มข้นชัดเจนดี พออ่านที่เค้ารีวิวกันท่วมท้น ว่า ดี ด๊ ดี ราคา ถู้กกกก ถูก ก็เลยแจ้นไปหามาใช้บ้างคงจะดี อ้าว เฮ้ย หายไปไหนฟะ ทั้งเช้ลฟ์เลย เดินวนหา จนพนักงานเค้ามาถาม หาไรเหรอป้า ก็บอกหา “นิ๊กซ์” อยู่น่ะแก ชั้นหาไม่เจอ พวกแกย้ายมันไปไหน นังพนักงานบอก อ๋อเค้าเลิกขายแล้วป้า เค้าเอาไปเทรวมใส่ตะกร้าตรงโน้นนนนนน ทำปากจู๋ปากยื่นปากยาวชี้ทิศทางได้ชัดเจน  อิชั้นก็รีบโกยไปดู โห…น่าเกลี่ยดมาก เละเทะ จับไม่ลง คนแย่ๆ ที่มันมารื้อไปก่อนทำไว้ซะเละเทะไม่น่าจับต้อง ก็เลยได้มาเท่าที่เห็นในรูป พอมาเช็ดขัดสีฉวีวรรณแล้วจับถ่ายรูป-ก็ยังดูสะอาดน่าใช้ดีอยู่นิ ราคาชิ้นละ 1 เหรียญ ไอ้แป้งโมเสคไฮไล้ท์นั่น เริ่ดมากๆ แต่ถ้าใช้แทนแป้งเลยจะวาวไปนิด ส่วนบลัช 3 สีนั่นก็เม็ดสีเด็ดขาดดี very pigmented มากๆ ขอบอก ไม่เคยมีบลัช NARS อันโด่งดัง แต่เค้ารีวิวกันว่าสู้น้องนางบ้าน “นาส์” ได้สบายๆ ที่ทาตา 4 สี นั่นก็ดีสีเข้มเหมือนเห็นในตลับ ทาเฉยๆ ก็งั้นๆ ทาทับ primer โอ มาย บุ๊ดด้า เลยค่ะ เนียน ติดแน่น สีชัด ตลอดวัน ลิพกลอส จริงๆ ไม่กล้าซื้อเพราะ มันเยิ้มแหวะๆ ก็เปิดดูว่าปลายพู่กันขนยังขาวสะอาดไม่มีใครบีบลองใช้ เป็นพู่กันด้วยเลยอยากลอง ลิพกลอสก็คือลิพกลอส ทาแล้วก็มันเยิ้มสวยดี สีชัดเช่นกัน เหมือนเพิ่งกินตูดไก่ตอนมาหมาดๆ ทาเดี่ยวๆ กินๆ พูดๆ ไม่นานก็หายไป ทาทับลิพสีก็ทำให้สดใสแวววาวงามแงะขึ้นเยอะเลยค่ะ สรุป ถูกใจค่ะ แถมราคาที่ได้มาก็สะใจด้วยค่ะ คุณลูกสาวอยากทาเล่น เอาเลยลูก แม่ไม่หวงเลยค่ะล๊อตนี้ เดี๋ยววันไหนว่างๆ จะไปลองขุดคุ้ยมาเพิ่มอีกซักหน่อย 55555

ThingPage-10

อันนี้เป็นกระเป๋าใส่แปรงแต่งหน้า ของ The Boby Shop ที่น้องกุ้ง (pongampy) ส่งมาให้ค่ะ มิตรภาพดีๆ บนเน็ทมีจริงๆ นะคะ ยังไงก็ขอบคุณน้องกุ้งคนงามน้ำใจงามมากๆ นะคะ คงกำลังเที่ยวเมืองไทยสนุกยกใหญ่ กลับมาแล้วอย่าลืมส่งข่าวนะคะ จบแค่นี้ก่อน แล้วเดี๋ยวนึกอะไรออกจะมาเล่าให้ฟังค่ะ

BrushesPage-11

Have A Nice Day Everyone.!.!.

EcoEgoMama-01

Saturday, September 05, 2009

วิธีการถ่ายรูปแอ๊บแบ๊วแบบมืออาชีพ

 

แควนๆ ที่คิดถึงโปรดแซบ อิชั้นห่างหายไปจากบล็อกเสียนาน ยังไม่ตายนะคะ ยังดีอยู่ วุ่นวายไม่มากมายแต่มันร่ำไรเป็นปกติ เดี๋ยวจะมาบอกเล่าว่าทำไรบ้างถึงหายหัวไปเสียนาน วันนี้มาขอมักง่ายอีกที ทำงานที่ถนัด “ก๊อป+แปะ” อย่างชำนาญชาญเชี่ยวและหน้าไม่อายเช่นเคย อ่านแล้วขำๆ เลยต้องเอามาแบ่งกัน จริงๆ ขัดข้องใจมานานแล้ว กับรูปสาวน้อยสาวใหญ่สมัยนี้ที่ถ่ายรูปแล้วต้องทำปากจู๋ 5555  เอ้าขอบคุณต้นทางซะหน่อย …..

Thanks > >  http://atcloud.com/stories/48796

 

วิธีการถ่ายรูปแอ๊บแบ๊วแบบมืออาชีพ

ที่มาของการถ่ายรูปแอ๊บแบ๊ว...
การ ถ่ายรูปแอ๊บแบ๊วเป็นส่วนผสมของการถ่ายรูปบุคคล (หรือ Portrait) กับภาพ Close-up โดยไม่ทราบที่มาแน่ชัด แต่หลักการของการถ่ายรูป แอ๊บแบ๊วนั้น จัดได้ว่าถ่ายง่ายมาก แต่บางทีก็ติดที่ข้อจำกัดของตัวแบบเอง หรือขีดความสามารถทางด้านการสร้างสรรค์มุมกล้อง และมันสมองคนถ่าย

ซึ่งก็มีทฤษฎี หนึ่งที่เชื่อกันว่า ท่าทางแอ๊บแบ๊วนั้นมาจากพฤติกรรมของสัตว์โดยเฉพาะสัตว์น้ำครับ ซึ่งผมจะอธิบายไว้ในช่วงถัดไปว่ามันมีที่มายังไงอีกทีแล้วผลก็คือเมื่อนำมา รวม ๆ กันแล้วก็จะได้ท่าที่เรียกได้ว่า "แอ๊บแบ๊ว" ออกมากลายเป็นมุมกล้องที่ดูน่ารัก น่าหยิกที่สุด เท่าที่สมองมนุษยชาติ(บางคน)จะคิดได้
อุปกรณ์ก่อนแอ๊บแบ๊ว


กล้อง ถ่ายภาพ ซึ่งก็ควรจะเป็นกล้องโทรศัพท์มือถือ หรือกล้อง Compact เท่านั้นเพราะการใช้กล้องระดับ Digital SLR นั้น มีแต่จะก่อให้เกิดอุปสรรคในการถ่ายรูปถ้ากล้องไม่ตกใส่กบาลจนหัวแตกเลือดซิบ แขนที่ถือกล้องอยู่ก็อาจมีกล้ามขึ้นได้ที่สำคัญไม่ได้ไปถ่ายภาพสารคดีหมี ควาย ไม่ต้องไปใช้กล้องเทพระดับพระเจ้าก็ได้

หมายเหตุ : กล้องเว็บแคมก็ได้น่อ

หลักการแห่งการถ่ายรูปแอ๊บแบ๊ว

การถ่ายภาพแอ๊บแบ๊วนั้นไม่ยาก แต่ถ่ายอย่างไรให้ดูน่าหยิกอันนี้สิที่ยากยิ่งกว่าเนื่องจากบางคนหน้าตาชวน ให้แสดงออกพฤติกรรมที่รุนแรงยิ่งกว่าหยิกหรือจับหลักการดังกล่าวจะช่วยให้ ท่านแอ๊บแบ๊วได้ง่ายดายแม้หน้าตาท่านจะ Abnormal โดยรูปแบบการถ่ายภาพแอ๊บแบ๊วนั้นมีหลักการง่าย ๆ (แต่สำคัญ)ในการถ่ายดังนี้

1.) มุมแอ๊บแบ๊ว
ซึ่งมุมกล้องแบบนี้เราเรียกว่าอีกอย่างว่ามุมกล้องแอ๊บแบ๊ว หรือ Abbeaw Shotคือ คนจะแอ๊บแบ๊วได้ต้องใช้มุมกล้องในพิกัดนี้เท่านั้น เนื่องจากผมยังไม่เคยเห็นคน แอ๊บแบ๊วคนไหนจะถ่ายแบบสะพานโค้ง หรือแบบลอดขาถ่าย เราจึงกะระยะได้เท่านี้ ที่สำคัญมุมกล้องนี้ถ่ายเองได้ เพราะสามารถใช้มือเดียวในการกดชัตเตอร์ได้สบาย ๆ โดยมุมที่นิยมมากที่สุดคือมุมสูง (ประมาณ 30o-50o) เพราะจะทำให้หน้าตาดูแบ๊วได้ใจ ที่มุมกล้องในระดับนี้ได้รับความนิยม คาดว่าน่าจะมาจากปัจจัยที่ทำให้ใบหน้าโดดเด่นได้รูปเป็นที่สุด

มุมกล้องที่ถูกหลักมาตรฐานแอ๊บแบ๊วสากล

 

2.) การแต่งหน้าแอ๊บแบ๊ว
ถ้า ท่านรู้ตัวว่าหน้าตาท่านไม่ดี เหมือนผีตายทั้งกลมชุบแป้งทอด ก็ขอให้ท่านแต่งหน้าด้วยการแต่งหน้าแบบแอ๊บแบ๊วจะไม่ยากมาก ก็คือแต่งหน้าธรรมดา ๆ ไม่ต้องถึงขั้นลิเกนั่นแหละคือไม่ต้องรองพื้นมากเหมือนโรยปูนขาวในงานกีฬาสี เอาบาง ๆ ก็พอ ถ้าพ่อไม่ได้ทำแป้งขาย ที่ต้องขับเน้นก็คือรอบดวงตา เพราะจะต้องทำตาโต เหมือนกับที่บ้านถูกหวยแจ๊กพ็อต 38 ล้าน แก้ม...อันนี้สำคัญ ทางที่ดีแก้มควรจะมีสีแดงระเรื่อ เป็นแก้มก้นโดนเตะด้วยรองเท้า Combat ริมฝีปาก อันนี้ก็ใช่ ให้ทาลิปมันไว้ด้วย อย่าให้คล้ำซีด ถ้าไม่มีลิปให้ต่อยปากเอาู รับรองแดงได้ใจ

3.) การทำหน้าแอ๊บแบ๊ว
สำหรับการทำหน้าให้ถูกสนธิสัญญาแอ๊บแบ๊วสากลนั้น หลักใหญ่ใจความไม่ยากมากนักหรอก
คือการทำหน้ามันไม่ยากนะครับ มันก็จะประมาณเอาสัตว์น้ำหลาย ๆ ชนิดมาผสมข้ามพันธุ์กันดังนี้

  • ดวงตา : จะคล้าย ๆ ปลาตีน ใครเคยเห็นปลาตีนคงรู้ดี เพราะตามันโตใสแบ๊วมาแต่ไกลเลย
  • แก้ม : เหมือนปลาทอง แต่เป็นปลาทองตะกระที่อมซากุระไว้ในกระพุ้งแก้มแบบเต็มความจุนะ
  • ปาก : ปลาซัคเกอร์ (ปลาเทศบาล) คือทำปากให้ประมาณว่าจะเล็มตะไคร่ที่หน้าดินใต้น้ำได้สบาย ๆ
  • รวม ๆ แล้ว = จาจาบิงส์ จาก Star Wars: Episode I - The Phantom Menace...

4.) การจัดท่าทาง
บาง คนการแสดงออกทางสีหน้ายังไม่แบ๊วพอ จึงต้องใช้ท่าทางเข้าช่วยเพื่อเสริมพลังแอ๊บแบ๊วโดยการออกไม้ออกมือจะช่วย ท่านได้ การเอานิ้วจิ้มแก้ม หรือทำตัววี (Victory) เป็นท่าสิ้นคิด ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่หนีกันไปไหน ท่าก็จะสิ้นคิดคล้าย ๆ กัน บ่งบอกถึงระดับสติปัญญาคนทำท่าว่าลอก ๆ ตามกันมา จนกลายเป็นรูปแบบพื้นฐาน ใครคิดท่าอื่นจะผิดผี หาใช่วิถีแห่งแอ๊บแบ๊วไม่

5.) การตกแต่งภาพ
จาก ผลสำรวจบอกว่าร้อยละ 35% ขึ้นไปของผู้แอ๊บแบ๊ว จะต้องเอาภาพผ่านโปรแกรมตัดต่อรูปเนื่องจากการถ่ายภาพแอ๊บแบ๊วส่วนใหญ่นั้น จะเป็นการถ่ายแบบ Close Up คือถ่ายระยะประชิดดังนั้นสิวเสิว ตีนกงตีนกา ขอบตาคล้ำมันจะออกมาหมด แถมบางทีจะชัดยิ่งขึ้นด้วยแสง Flash จึงต้องนำเข้าสู่ Photoshop ในกระบวนการที่เรียกว่าลวงโลก...เอ้ย...การปรับลดจุดบกพร่อง...

 


คนที่ตัดต่อแต่งเติมได้ขนาดนี้ ไปเปิดคอร์สสอน Photoshop หาตังค์เลยดีกว่า...

ข้อเสียคือ...ใครเข้าสู่วิธีการนี้แล้ว "มักหยุดไม่ได้" เพราะ มันส์มือมาก แต่งภาพกันสนุกสนานมีสิวลบสิว มีตีนกาก็ทำหน้าเด้ง อ้วนไปก็บีบภาพซะ หน้าดำไปก็ทำให้สว่าง ซึ่งพอทำไปทำมาแล้ว บางทีออกมาแล้วไม่ใช่คนเดิม หรืออาจถึงขั้น "ไม่ใช่คน" คือใสมาก เหมือนตุ๊กตา ใสจนควายดูก็รู้ว่าแต่งภาพ

ดังนั้นเมื่อท่านเข้าสู่กระบวนการนี้แล้ว จึงควรกระทำอย่างมีจรรยาบรรณ พอเพียง และจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมด้วยครับ

ติดตามเพิ่มเติมที่เว็บเจ้าของข้อมูล โปรดคลิ๊ก  http://phuphu.exteen.com/20080331/entry

Monday, August 10, 2009

วันนี้ไปจ่ายตลาด (ฝรั่ง) มาจ้า

 

จะทำสตูว์ลิ้นวัน first time in my life…hope it’s not the last 5555 ลิ้นมีแล้ว ไปล่าอย่างอื่นมาเพิ่ม หมดไป $41.- เป๊ะๆ หมดตูดเลย เฮ้ออออออ……

KitchenPage-12

อันแรกไม่เกี่ยวกับสตูว์…คุณแตงโมค่า แม่เดินเลือกซื้อพืชผัก ไอ้ลูกสองตัวขนใส่รถซะนี่ พอเช็คราคาแล้วทนได้เลยยอมๆ กันไป ส่วนแคนตาลูปเค้าลดราคา เลยลากมาเก็บไว้ มะเขือเทศกับมันฝรั่งซื้อมาแบบราคาปกติ

 

KitchenPage-13

ไอ้กะหล่ำปลี ผักกาดขาว เนคทารีนขาว แครอทก็ซื้อมาราคาปกติ ส่วนไอ้มะม่วงราคาพิเศษจากลูกละ 69 เซ็น เลือกแข็งโป๊กมาทั้งหมดเลย อยากกินปลา (ทูน่ากระป๋อง) ฟูยำมะม่วงเฟ้ย เกลียดตอนทอดปลาฟู เปลืองน้ำมันแถมกระเด็นโพดๆ มะม่วงกรอบๆ เหลืองนวลๆ เปรี้ยวๆ แบบนี้ จิ้มพริกเกลือหรือทำกะปิหวาน …แค่คิดก็น้ำลายสอ 555

 

KitchenPage-14

ไอ้ติมกระป๋องเล็ก กับยาคูลท์ นานๆ เจอที อีรอมเห็นแล้วกรี๊ด… เหมือนที่เมืองไทยเลยนะแม่ อยากกิน อยากกิน โดยเฉพาะยาคูลท์เห็นแต่โฆษณาทีวี ไม่เคยเจอตัวเป็น นี่เป็นครั้งแรกที่เจอเลยซื้อให้ลูกแถวนึง ถึงบ้านอีรอมก็ดวดทีเดียว 2 ขวดรวดๆ ส่วนไอ้ตี้จิบปุ๊บ…มองหน้าพี่กับมองขวดสลับกันไปมา 20 รอบ เหมือนจะบอกว่า…อึงแด๊กเข้าไปได้ยางงาย…. 5555 อีหนูดีไปเลือกแว๊คกี้แม๊คแบบลายและสีรวมมิตร จะให้แม่ผัดให้กิน ถึงต้องซื้อกระหล่ำปลีมาไง แล้วก็กระเทียมด้วยอีก 1 ปอนด์ ส่วน โฮโฮส์ กับ ทวิ๊งกี้ นั่น โฮโฮ เป็นของไอ้ตี้ ทวิ๊งกี้เป็นของพี่มัน โซ้ยกันใหญ่-รอกินสตูว์แม่ไม่ไหว ดีนะมันกินขนมพวกนี้ก่อนพ่อกลับบ้าน ไม่งั้นโดนผัวด่า…เก่าๆ เดิมๆ ซ้ำซาก…ว่า เอาทัพพีจ้วงน้ำตาลแล้วจับกรอกปากลูกเลยจะง่ายกว่ามั๊ง แหงะ…เบื่อ

KitchenPage-15

โทเมโท่เพสต์กระป๋องเล็ก เค้กมิกซ์ก็ซื้อมาราคาเต็มๆ เพราะไม่ได้ไปจ่ายตลาดฝรั่งแบบนี้บ่อยๆ มีแต่จดให้อีก๊อตไปจัดหามาระหว่างทางก่อนกลับบ้าน ส่วนไข่นั่นเป็นโปรโมชั่นออฟเดอะวีคเลยน้าาาา…. แต่ให้ซื้อได้แค่คนละแผง พอดีคนเข้าแถวรอจ่ายตังค์ยาวย้วยมาก จะวนไปอีกก็เสียเวลา จะให้ลูกไปรอจ่ายอีกแถวก็อันตราย คนเยอะ เป็นห่วง เลยกะว่าพรุ่งนี้จะไปลากมาเพิ่มอีกซัก 2 แผง กินให้มันจุกอกตายตกตามกัน 5555

IMG_1234-s

โฉมหน้าของสตูว์ อร่อยมาก ลากเอาหม้อความดันออกมาจัดการพิฆาตความเหนียว 10 นาทีทอง นุ่มกำลังดีเลย-ไม่เปื่อยมากเกินไป พอหม้อผายลม “ฟุด-ฟิด-ฟืด-ฟาด” ไอ้ตี้ตาหูเหลือกวิ่งมาแอบมอง ตอนแอบมองเกาะขาแม่แน่นเลย กลัวซ้าาาา…555 ลิ้นนุ่มกำลังดี อร่อยมาก อีรอมกินจนเดินไม่ไหว… ยกนิ้วโป้งให้แม่มันทีเดียว 4 นิ้วเลย (มือ+ตรีน) อีก๊อตก็ไม่ยอมแตะซักคำเช่นเคย อันไหนเมียทำเบ้ปากใส่…ชินแล้ว เสียใจเล็กๆ ตอนบอกให้ชิมก็ไม่ยอมชิม เพราะทำยากเย็นกว่าจะทำสะอาดลิ้นได้เกลี้ยงเกลา ก็ดี เก็บไว้กินกับลูกไม่ต้องมีใครแย่ง Ox Tongue Stew หม้อนี้เรียกว่าประสบความสำเร็จมากกกกกก… เดี๋ยวเจอลิ้นถูกๆ จะไปลากมาขังไว้ในฟรีซเซ่อร์เยอะๆ เลย เอาไว้ทำสตูว์ หรือตัมในหม้อความดันแล้วมาหั่นจิ้มน้ำปลาพริกเฉยๆ หรือทำจาน “ระยำ” ก็คงอร่อยดี

Have A Nice Weekend Everyone..!!

Thursday, August 06, 2009

หายคิดถึง Sa Sa ไปหน่อยนึง

Sa Sa เป็นร้านขายสินค้าเกี่ยวกับความสวยความงามที่มีอยู่ดาษดื่นในฮ่องกง สิงคโปร์ และอีกหลายประเทศในเอเซีย (แต่ไม่ยักกะมีร้านในเมืองไทย ฮึ) ฮ่วย…ไปอ่านกันเองซะ http://web1.sasa.com/corporate/eng/whoweare/coinfo/index.jsp จากที่มีโอกาสได้ไปฮ่องกงและสิงคโปร์ไม่กี่หน ทุกครั้งจะไม่ยอมพลาดร้านซาซ่า แวะเข้าไปแล้วเหมือนโดนสะกดจิต 55555 เดินวกวนไปมา ตื่นตาตื่นใจ ดีอกดีใจเหมือนเค้าจะแจกให้ฟรีๆ 5555 พอมาอยู่ทุ่งกุลาเมืองฝรั่งนานๆ เข้าชักคิดถึงข้าวของกุ๊กกิ๊กน่ารักนาใช้ในร้านซาซ่า แล้วโอกาสที่จะได้ไปฮ่องกงหรือสิงคโปร์ช่างรีบหรี่สิ้นดี คิดอยู่เรื่อยแหละว่ามีก๊ะตังค์เมื่อไหร่นะ เวลากลับเมืองไทยจะพาลูก (ผัวด้วยก็ได้เอ้า..) ไปตะเวนเที่ยว ลาว เขมร เวียดนาน รวมทั้งฮ่องกงและสิงคโปร์ (ทีละประเทศนะ 555)

เข้าเรื่อง เข้าเรื่อง พอดีกำลังอยากซื้อออยสำหรับล้างเครื่องสำอางสัญชาตไอ้ยุ่น อ่านรีวิวไปเรื่อย ไอ้ที่อยากได้ก็หาซื้อในเมกาลำบาก จะไปบิดจากอีเบย์ คิด + – x ÷ ดูแล้ว…แม่ม…แพงเกินเหตุ ก็เลยนึกถึงซาซ่าขึ้นมา  โห…..ขุดหลุมฝังตัวเองนะเนี่ย 5555 เข้าไปในเว๊บเค้า อยากได้ไปหมด จากออยล้างหน้าเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ 5555 มาดูกันว่าได้อะไรมาบ้าง (อ้อ สั่งไปเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ได้รับของวันนี้ 5 ส.ค. และสั่งครบ 75 เหรียญไม่ต้องเสียค่าส่งนะคะ ลั๊ล..ลา น่าดู)

ThingPage-02

ของส่งมาในสภาพเรียบร้อยดีมาก กล้องบู้บี้นิดหน่อย แต่เค้าแยกแพ๊คใช้บั๊บเบิ้ลแร๊พแยกห่อเป็นชิ้นๆ อันไหนเป็นหัวปั๊มก็ห่อมาอย่างหนาแน่น “โปร” มากๆ จะไปเคลมว่าของที่ส่งมาแล้วแตกหักไม่ได้เลยแหละ มันจะมาพังเสียหายก็ตอนแกะไอ้แร๊พทั้งหลายออกนี่แหละ พี่แกไม่ขี้หวงเทปเลบ ติดเข้าไป พันเข้าไป 4-5 รอบ เนี๊ยบจริงๆ

 

ThingPage-03

อันนี้เป็นพวกล้างหน้าที่อยากได้มาก…ได้มาแระ สะใจจริงๆ

Shiseido – TISS Deep Off Oil ....ขนาด 230 ml ราคา US$ 18.10 (ไอ้ตัวต้นเรื่อง ทำให้ซื้ออย่างอื่นมาซะมากมาย)

Kanebo – PURENAVI Cleansing Oil ....ขนาด 150 ml ราคา US$ 7.60 ด้วยขนาด ราคา และยี่ห้อที่คุ้นหู จะไม่ลองใช้ก็กระไรอยู่

Kose – SOFTYMO Speedy Cleansing Milk ....ขนาด 230 ml ราคา US$ 4.50 ลองคลีนซิ่งมิลค์ดูบ้าง ถ้าไม่ดีก็กลับไปใช้พอนด์โคลครีม-พี่ไดโนอย่างเดิม

Kose - MOISTURE MILD WHITE Lotion M ….ขนาด 140 ml ราคา US$ 4.50 (อันนี้ซื้อมาเพราะมี อะฮ่า (AHA) 555 และวิตามินซี สรรพคุณที่โวไว้น่าสนใจมากๆ ราคาก็น่าคบหา …enriched with high concentrated Vitamin C. It permeates into skin instantly to suppress the formation of melanin, preventing the appearance of spots and freckles. Blended with AHA Citrus Acid, it helps remove old cuticles to facilitate absorption of whitening ingredient. In addition, marine collagen hydrates skin) ลองเช็ดหน้าดูแล้ว กลิ่น L-ก-ฮ ลอยมาน่าเมาดี เช็ดแล้วหน้าไม่แห้ง มีหนึบๆ หนืดๆ ทิ้งไว้บนผิวหนัง

Kose - Perfect Cleansing Oil ….ขนาด 33 ml (Sample) ราคา US$ 4.00 (ราคาน่าเกลียด เลยซื้อขนาดทดลองมาใช้ก่อน ถ้าดีสมราคาก็อาจจะลงทุนซื้อฟูลไซ้ส์ เทียบราคากับไอ้พวกฟูลไว้ส์ข้างบนดูดิ)

ThingPage-04

Suki – FACE Crystal Loose Powder ....ขนาด 7.5 g ราคา US$ 4.90 อันนี้ซื้อให้ลูกสาว แพ๊คเกจน่ารักโคตรๆ พอลูกเห็นแล้วกรี๊ดๆๆ

 

ThingPage-05

Suki – FACE Compact Powder SPF18 PA++ ....ขนาด 10 g ราคา US$ 8.50 อันนี้ก็ซื้อให้ลูกสาวเหมือนกัน เป็นแป้งพัฟมีซันสกรีน พอเจ้าตัวเห็นแล้วกรี๊ดสลบล้มพับ แล้วฟื้นขึ้นมากรี๊ดใหม่ กล่องกระดาษด้านนอกให้ฟีลลิ่งญี่ปุ่นมากๆ texture ของกระดาษโคตรไอ้ยุ่นเลย อิแม่มัน flashback อย่างแรง เคยทำงานบริษัทไอ้ยุ่นตั้ง 6 ปีนิ แพ๊คเกจแป้งพัฟอันนี้ อิแม่มันไม่มีคำบรรยาย ได้ยินแต่อีลูกพูดซ้ำล้วซ้ำอีก “It’s soooooo…COOL! Thank you mommy!” ด้านหลังมีที่ห้อยพวกชาร์มเหมือนโทสับมือถือด้วย เก๋ซะไม่มี ถูกใจสาวน้อยวันประถมต้นมากๆ

 

ThingPage-09

Suki – EYES 15-Color Eye Shadow Set ....ขนาด 17 g ราคา US$ 4.90 อันนี้ก็ของลูกสาว ซื้อให้ลูกเพราะเห็นสีมันแคนดี้มากมายๆ แต่พอลูกสาวลองใช้ดูทำปากเบะ…. The colors not BOLD as I expected.

Kai - Eyebrow Scissors with Comb (For Right hander) ราคา US$ 5.40 แกะกล่องปุ๊บ ลองใช้ปั๊บ well-made มากๆ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ

Marketing - Eyebrow Scissors with Mini-comb ราคา US$ 0.00 (ของแถมค่ะ) ยังไม่แกะ เก็บไว้อย่างนั้นก่อน เพราะอันที่ซื้อมามีหวีเริ่ดกว่าเยอะ

 

ThingPage-06

Naris Up - ACMEDICA Medicated Oil Control Loose Powder SPF15 PA+ ....ขนาด 4 g ราคา US$ 4.90 อันนี้ซื้อมาลองใช้เอง เล็กจิ๋วน่าพกพา แต่ไม่มีกระจก แทนที่จะสะดวกเวลาซับมันเติมหน้าระหว่างวัน ดูแล้วไม่สะดวกหรอก ฝาเกลียว ไม่มีกระจก แต่ก็คงใช้ๆ กันไป มีสารกันแดด เมื่อไหร่เค้าจะผลิตอะไรออกมาแล้วมีส่วนผสมเป็น “สารกันแดก” มั่งว้าาาา…. จะได้ผอมๆ กะเค้าซะที

SHISHIDA – SEISHINDO Eyetape (Slim) ....จำนวน 30 pair(s) ราคา US$ 1.90 ไอ้เทปติดตาซื้อมาให้ลูกสาวเล่น เธอคอมเพลนเรื่องตาไม่มีหล่าวเต้งของเธอตลอด พอได้ของมาลูกดีใจดี๊ด๊า อิแม่ก็ทำไม่เป็น เค้ามี applicator ไม้ง่ามให้มาด้วย เลยเกือบทิ่มตากันบอด มี 30 คู่ ก็ให้มันลองใช้ลองเล่นดู ราคาขนาดนี้อย่าไปคาดหวังมาก ถ้า “เวิ๊ก” ก็โชคดีไป ซื้อกันใหม่อีก

Nexcare - Facial Cleansing Glove ราคา US$ 2.60 รูปร่างหน้าตาน่าเอ็นดูมาก เอาไปล้างทำสะอาดแล้วลองใช้เลย สรุป ไม่เวิ๊กเลยเพราะใช้กับ Skin Balancing Cleanser ของพอลล่าส์ช้อยส์ ซึ่งไม่มีฟอง ถูไปมาฝืดๆ แต่น่าจะโอเคถ้าใช้กับพวกโฟมพวกฟอง lather จะเหมาะกว่า

 

ThingPage-07 

Hakugen – STF UV Cut Oil Clear Film SPF 26 ....ขนาด 50 แผ่น ราคา US$ 2.70 ฟิล์มซับมันมีซันสกรีนด้วย เลยลองซื้อมาใช้ดู ถ้าดีมีการซื้ออีกแน่นอน

Arezia - Egg Shaped Sponge with Case ราคา US$ 0.80 สปันจี้อันนี้จับโยนใส่ช้อปปิ้งคาร์ทเพราะต้องสั่งซื้อให้ครบ 75 เหรียญ จะได้ไม่ต้องเสียค่าส่ง พอเห็นตัวจริง….น่าตาก็น่าใช้ดี มีกล่องใส่ด้วย ดูไฮจีนดี นับว่าถูกใจแบบฟลุ๊คๆ

เชื่อเหอะ….. ต้องมีการออเด้อร์จากซาซ่ารอบที่ 2.. 3.. 4.. 5.. ……. แน่นอน เพราะมีลิสต์จ่อคิวให้ออเด้อร์เพียบบบบบบ…..

 

ThingPage-08

Tips 4m ME 2 U

  • กระปุกยาที่ใช้หมดแล้ว อย่าทิ้ง ล้างทำสะอาดให้ดี ผึ่งให้แห้ง เอามาเก็บแปรงคาบูกิได้ดีทีเดียว
  • ถุงเท้าจิ๋วของเบบี๋ลูกรัก พอโตขึ้นมากลายเป็นลิงทะโมน ก็อย่าเอาถุงเท้าจิ๋วๆ ไปทิ้ง เอามาใส่ตลับเครื่องสำอางต่างๆ ได้ดีนักแล กันกระแทกและขูดขีดหมดสวยได้ คนที่ยังไม่มีเบบี๋ก็เลือกซื้อหาลายน่ารักๆ มาใช้ก็ได้นะคะ ของดีมีประโยชน์ ราคาไม่แพง

 

PhotoFunia_4305b0

Take Care of Yourself

and Each Other.

But Mostly Yourself.

Tuesday, August 04, 2009

หนังหน้าเน่าๆ กับ Paula’s Choice

อิชั้นมีปัญหา ฝ้า กระ สิว แผลสิว ผุผัง คับคั่งด้วยลายแทง อุบาทว์มากๆ แต่งหน้าก็พอปกปิดได้บ้าง แต่พอส่องกระจกตอนหน้าเปลือยๆ เฮ้อ…. เหนื่อยใจ ถึงผิวหน้าจะ สะอาด นุ่ม ชุ่มชื้น น่าพอใจ ด้วยพยายามบำรุง ดูแล ตามฐานะ (ไม่เคยหาหมอ หรือ รักษาหน้าตามคลีนิดใดๆ เพราะเป็นหมอผีเอง 5555) แต่ร่องรอยลายแทงที่รายละเอียดมากมายดั่งศิลาจารึก ไม่เคยทิ้งหนีหายไปไหย อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วัยทีน โดยเฉพาะแผลสิว เพราะมือบอนระดับแชมเปี้ยนโลก ชอบ แกะ เกาหน้า เป็น son ดานไม่ดีที่แก้ไม่หาย เคยมีนายฝรั่งเดินมาเคาะโต๊ะตอนนั่งทำงานให้หยุดแกะเกาหน้า แถมตักเตือนว่า เสียบุคลิกและทำลายฟามสวยที่มีอยู่นิดนึง เค้าบอกเค้าจับตาดูอยู่เป็นปีแล้ว จะเตือนหรือไม่เตือนดี ยูไม่ใช่เด็กๆ แล้วตักเตือนกันแบบเด็กๆ เดี๋ยวจะโกรธกัน ในที่สุดอดรนทนไม่ได้ จัดการมันซะหน่อย 55555 อิชั้นรู้ตัวดีว่าเวลาเครียดๆ งานยุ่งๆ ถ้าไม่แกะเกาหน้า ก็เกาหัวกะบาล แก่กๆๆๆๆๆ ก๊ากกกกกก….. ถึงเดี๋ยวนี้ก็เถอะ ยังไม่เลิกค่าาาาาา โรคจิตนี้ยังไม่ได้รับการรักษา หนูๆ น้องๆ โปรดอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ จบ…เรื่องที่มาของหน้าเน่าๆ

under-construction 

น่ากลัวนิดนึงนะคะ รูปซ้ายคือหน้าปล่าวๆ รูปขวาคือตอนที่ใส่หน้ากากช่วยปกปิดลายแทงได้บ้าง แสงต่างกัน-มันเป็นปัจจัยที่เหนือการควบคุม ถ่ายต่างกรรมต่างวาระและไม่ได้มีจุดประสงค์ว่าจะเอามาประจานตัวเองแบบนี้ 555555 เซ็นเซ่อร์ดีฝ่า อายหนังหน้ามากกกก

ด้วยกระแสที่แรงมากๆ ของ Paula’s Choice ก็เลยต้องดิ้นรนไปหามาใช้กะเค้าซะหน่อย เผื่อจะหน้าตาเป็นผู้เป็นคนกะเค้าบ้าง 5555 ส่วนสกินแคร์ที่ใช้อยู่ก็เลยกลายเป็นลูกเมียน้อย set aside ไปซะแล้ว 5555 ไม่ใช่ว่าพวกที่ใช้อยู่ก่อนไม่ดี อิชั้นรู้สภาพหนังหน้าของตัวเองก็เลยไม่ได้คาดหวังว่าผลิตภัณฑ์ชั้นฟ้าหน้าไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยน หมาหน้าจุด Dalmatian ให้ขาวผ่องแบบ Porcelain Doll ไปได้ร๊อกกกก….

มาดูว่าขนซื้ออะไรมาบ้าง ชุดแรกซื้อมาไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่ในรูปคือที่ซื้อมาทั้งหมด โดยได้รับความกรุณาจากคุณเพื่อนที่เป็น (อดีต) ตัวแทนของพรหล้า เลยได้ลด 40% รวมค่าส่งต่อมาให้อีกนิดหน่อย-ราคาก็ยังย่าพอใจมากค่ะ ที่ซื้อมามากมายก็เพราะจะส่งไปให้เด็ดแม่และพี่สาวที่กรุงเทพเมืองฟ้าอมรได้ลองใช้บ้าง รักกันจริงต้องแบ่งกันใช้นะคะ (ที่เห็นติดดาวหลากสีไว้ คือตาชักถั่ว และแพ๊คเกจคล้ายๆ กัน เบื่อที่ต้องอ่านทุกครั้งที่ใช้)

IMG_0998

คราวนี้มาดูว่า My New Dairy Skincare Regimen มันเปลี่ยนไป..ค่ะ..เปลี่ยนไปจริงๆ คราวนี้ไม่ของลิสต์รายชื่อนะคะ ดูรวมๆ ไปก่อน วันไหนว่างๆ อารมณ์เย็นๆ จะมาร่ายให้อ่านกันค่ะ

SkinCarePage-14

คราวนี้มาดูหนังหน้า คิกๆๆๆๆ อายมากกกกก….. แต่ไหนๆ กล้าโชว์ตั้งแต่รูปแรกแล้ว คราวนี้มาดูในโหมดมาโคร กร๊ากกกก… รูปทั้งหมด ถ่ายจากมุมเดิม แสงเดิม โหมดเดิม กล้องอันเดิม ตื่นนอนล้างหน้าสะอาด ก็แล่นไปที่หน้าต่าง(เดิม) ถ่ายรูป (แก้มขวา) เก็บไว้จะเห็นว่า 3 สัปดาห์ที่ใช้ Paula’s Choice มีความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ให้เห็นนะคะ ที่ไม่สามารถรับรู้ได้จากรูปคือ หน้านุ่มแน่นขึ้น อิชั้นยังไม่มีปัญหาริ้วรอยมากนัก จะมี fine lines บ้าง (อ้วนมากมายเลยยังเป่งๆ ตึงๆ ตีนกายังไม่กล้าบุก)

407587-1

ถึงวันนี้ (4 สิงหา) ก็ยังมีสิวปวดๆ คัน อยู่ประปราย ไม่อยากพูดว่าฝ้ากระจางลงนี๊ดดดดดดด….นึง ปาฏิหารย์ไม่มีจริงอย่างที่เคยบอก ก็รอดูกันต่อไปค่ะ แล้วจะมารายงานผลนะคะ

ปล. อิชั้นมิใช่เด็กสาวๆ วัยฉะลาแล้วค่ะ

Thursday, July 30, 2009

My Bath & Body Works Haul

บล็อกนี้ยาวมาก……ขอบอก กว่าจะพิมพ์เสร็จ ปาเข้าไปเกือบ 2 สัปดาห์

เริ่มเลย อิชั้นซื้อ-ใช้-เป็นเจ้าของสินค้าจาก B&BW – Bath & Body Works มานานพอสมควร แรกเริ่มเดิมทีก็จากแค่เดินผ่านหน้าร้าน แล้วเห็นเค้ามี big semi annual sale เลยถูกไอ้ curiosity บุกแบบปุบปับ ฉุดลูกผัวเข้าไปดินแกว่งๆ ดู เค้ามีไรน่าสนใจวะ ทำไมคนแย่งกันซื้อเหมือนแจกฟรี เลยซื้อสบู่เหลวที่เค้าลดราคามา 3-4 ขวด (จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่) ถึงบ้านก็มาพิจารณาดู แหม… แพ๊คเกจมันดูเรียบร้อยน่าใช้ดี กลิ่นก็หอมชื่นใจ ราคา (ที่ลดแล้ว) ก็ถูกใจนิ เอ๊….มันจะเลิกลดเมื่อไหร่ฟระ เดี๋ยววันรุ่งขึ้นปั๋วไปทำงาน จะแอบแต๋นไปลากมาอีกดีกว่า แล้วก็ไปลากมาอีกจริง คราวนั้นซื้อมาฝูงนึงเชียวค่ะ รูปนี้คือ จากหลายซื้อ หลายปี และหลายรีวิว + พรีวิวไว้ที่บล็อกดั้งเดิม ที่เห็นนี่ไม่ได้โหมซื้อทีเดียวหรอกค่ะ ** คุณๆ อย่างงกับบรรจุภัณฑ์ในภาพนะคะ เพราะบ๊าธฯ ส่วนใหญ่ที่อิชั้นมีในครอบครองจะเป็นแพ๊คเกจรุ่นเก่า เพราะที่เค้าเอามาลดราคาส่วนใหญ่ จะเป็นแพ๊คเกจแบบเก่า รุ่นใหม่ๆ ก็มีอยู่บ้างแต่ไม่กี่ชิ้นค่ะ

B&BW_Page-04

จากที่ได้ลองใช้มาเป็นระยะเวลาพอสมควร หมดไปหลายสิบขวด ทั้งสบู่เหลว เจลอาบน้ำ แชมพู ครีมนวด โลชั่น บอดี้ครีม สครับ สเปรย์ เทียน เครื่องหอม ฯลฯ อิชั้นคิดว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยี่ห้อนี้ ไม่ได้มีความดีเด่นอะไรในเรื่องคุณภาพ แต่เค้าเด่นดีในเรื่อง “กลิ่น” มากมายหลากหลาย วาไรตี้ให้เลือกตามความชอบ ความคิดเห็นส่วนตัวของอิชั้น (ส่วนตัวนะไม่ได้อ้างอิงหลักการใดๆ หรือศาสตร์ใดๆ หรือคำพูดของใครหน้าไหนทั้งนั้น) คิดว่า ผลิตภัณฑ์ทั้งหลายแหล่ยี่ห้อนี้เป็นอะไรที่น่าจะเรียกได้ว่า “กิโล” สบู่กิโล โลชั่นกิโล คุณภาพต๊ำต่ำ แต่เค้าขายกลิ่น สืบเนื่องมาจากอิชั้นเองเป็นโรคผิวหนังที่ต้องเป็นไปจนตาย โรคกรรมโรคเวรนี้คือ Psoriasis หรือที่บ้านเราเรียกว่าเรื้อนกวาง หรือ เรียกให้น่าเกลียดน้อยหน่อยคือ สะเก็ดเงิน ผิวจะแห้งมาก จึงต้องระวังการใช้สบู่ เห็นบ้าซื้อสบู่มากมาย โดยปกติแล้วดิฉันจะใช้สบู่น้อยมากค่ะ บางทีอาบน้ำเปล่าๆ ใช้ผ้าขัดตัวหน่อยนึง แล้วใช้สบู่สำหรับ spots bath เท่านั้น (อย่างรักแร้และพวกข้อพับข้อหนีบทั้งหลาย) แต่จะใช้โลชั่นและครีมบำรุงผิวเยอะมาก ชอบใช้ที่ rich เพราะมันจะได้ทนๆ ผลิตภัณฑ์ของบ๊าธฯ ไม่ว่ารุ่นไหน ไลน์ไหน กลิ่นอะไร ทาแล้วหายจ้อย ไม่เท่าไหร่แห้งแก่กเหมือนเดิม ถ้าถามว่าของเค้าหอมมั๊ย หอมสิคะ หอมน่าใช้ตั้งหลายกลิ่น หอมชื่นใจ หอมเซ๊ะซี่ หอมน่าอ้วก หอมวังเวง หอมผีๆ หอมพิฆาต มีแทบทุกหอม

B&BW_Page-05 

สินค้าของบ๊าธฯ จูงใจลูกค้าด้วนร้านรวงน่าเข้า แพ๊คเกจน่าใช้ โปรโมชั่นมีตลอดปีตลอดชาติ แทบทุกครั้งที่ซื้อจะมีคูปองหยอดใส่ถุงมาให้แลกฟรี (แบบมีเงื่อนไข) สำหรับการซื้อครั้งต่อไป อย่างเช่น ซื้อครบ 15 เหรียญได้ฟรีสบู่เหลว (ระบุกลิ่น-ส่วนใหญ่เป็นกลิ่นใหม่ล่าสุด) ได้ 1 ขวด แต่ที่ประทับใจอิชั้นมากที่สุดคือ ได้ใบเสร็จแบบ “มีหาง” คือมีท่อนไว้กรอกโค้ด เพื่อจะได้ส่วนลด 10 เหรียญสำหรับการซื้อครบ 30 เหรียญ เพียงแค่โทรไปทำ survey ซะหน่อย ว่าบริการในร้านเป็นไง อีซี่ อีซี่ 5555 บางทีให้ลูกเดินวนซื้อเจลล้างมือขวดจิ๋ว ขวดละ 1.50 เหรียญ ให้ซื้อทีละขวด 5555 แม่จะเอาใบเสร็จ เพราะลดกระหน่ำใกล้เข้ามาแล้วลูกเอ๊ยยย…. ไอ้เจลที่ว่าก็เป็นของโปรดของทุกคน เด็กๆ ใช้พกไปโรงเรียน พ่อพกไปทำงาน คุณแม่พกใส่กระเป๋า สะดวกคว้าดีค่ะ

สำหรับครอบครัวของอิชั้น ลูกสาว วัย pre-teen ชอบมากมายหลายกลิ่นเปลี่ยนไปเรื่อยค่ะ แต่มี 3 กลิ่นที่เป็นตัวยืนของเค้า คือ Moonlight Path, Sweet Pea และ Mango Mandarin สามีไม่มีกลิ่นโปรด เป็นคุณกระโถน ใช้ทุกกลิ่นที่คนอื่นไม่ชอบ ถ้าไม่ fruity หรือ flowery เกินไป ก็จะยอมใช้-ไม่บ่นค่ะ ส่วนเจ้าตัวเล็ก.....ชอบ.....เท.....ทีละครึ่งขวด หรือ หมดขวดเลย ถ้าวิ่งไปห้ามไม่ทัน....น่าตีน่าตื้บจริงๆ

B&BW_Page-07

เข้าเรื่อง เข้าเรื่อง ซะที ตานี้จะพูดถึงกลิ่น คนเรานานาจิตตังนะคะ รักชอบไม่เหมือนกัน เรื่องแบบนี้ไม่มีใครถูกใครผิดค่ะ อิชั้นเคยได้ทดลองใช้ B&BW มาแทบเกือบจะทุกกลิ่น มีรักชอบถูกใจไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ กลิ่นที่ (เพื่อน) หลายๆ คนชอบ-ดิฉันก็ไม่ค่อยชอบ กลิ่นที่ดิฉันชอบหลายๆ คนบอก แหวะ 555 คนทั้งโลกชอบกลิ่นเดียวกันหมด…คงเซ็งๆ เน๊าะ น้ำหอมดังๆ ไม่เกิด คงน้ำอบไทยทุกงานไป 555 วังเว๊งงงงง… วังเวง 5555 กลิ่นที่อิชั้นโปรดมากของบ๊าธฯ คือ Magnolia Blossom ซึ่งอยู่ในไลน์ Signature Collection ชอบ ชอบจริงๆ เมื่อปีกลายมีข่าวร้ายออกมาว่าตกอันดับไปเป็น Discontinued Item ซะแล้ว แต่มีออกมาเลหลังขวดละ 2 เหรียญ อิชั้นก็ลากมาจนหนำใจ ใช้จนเบื่อ 555 (+ – x ÷ กันเองนะว่าใช้ใบเสร็จเก่าลดไปอีก 10 เหรียญ เชิ๊บๆ 555 สะจาย) อีกกลิ่นนึงในไลนนี้ที่ชอบมากรองลงมาคือ Blackberry Amber หอมน่ารับทาน ตามตกขอบไปเป็น Discontinued Item ด้วยเมื่อต้นปีนี้เอง เลยซื้อตุนไว้หลายขวด แต่นังหลานสุดสวยของอิชั้นมาหวัดดีวันเกิดมัน ไม่ได้เตรียมอะไรให้ ลืมมม…. เลยบอกไปเลือกเอาอะไรก็เอาไป๊ … เห็นมันดมๆ อยู่พักใหญ่ๆ เอาโน่นนี่ใส่ถุง พอมันไปแล้วมาดูอีกที อีตัวแสบลากแบล๊ค+แอมเบ้อของป้าไปซะ 3 ขวด ฮึ่ม White Cherry Blossom ก็เป็นอีกกลิ่นที่หอมน่ารักมากๆ ไม่ฉุนรุนแรง แต่ก็ตามตกกระป๋องตามไอ้ 2 กลิ่นแรกนั่นไปด้วย อะไรกันฟระ อันไหนอิชั้นชอบ-ตกกระป๋องโม้ด แสดงว่ารสนิยมไม่เป็นสากลและไม่เป็นที่ยอมรับ ฮึ่ม….

Blushing Cherry Blossom เหมือนเป็นตัวตายตัวแทน White Cherry Blossom ที่เลิกผลิตไป กลิ่นนี้ก็หอมหวาน นุ่มนวล น่ารักดีค่ะ

Moomlight Path เป็นกลิ่นที่ลูกสาวชอบมาก แต่อิชั้นเฉยๆ หอมสบายๆ เกือบเหมือนแป้งเด็ก เลยซื้อ Wallflowers Pluggable Home Fragrance Diffuser รีฟิลกลิ่นนี้ตุนไว้เกือบโหล เพราะกลิ่งไม่โฉ่งฉ่าง หอมอวลๆ ไอ้พวกแพ๊คเจใหม่ ถ้าเป็น bubble bath เค้าจะทำเนื้อสบู่แวววาว shimmery มากกว่ารุ่นขวดเก่าดูสวยดีด้วยนะคะ

Cool Citrus Basil เป็นกลิ่นที่เพื่อนๆ ที่เมืองไทยชอบ เห็นหาบกลับกันไปเยอะเลย แล้วไอ้คนแบกไปเวลากลับบ้าน …..หลังอานเลยเพื่อน..

B&BW_Page-06

ตานี้ก็มาถึงไอ้พวก “สางเขียว” อันแรกเลย Gardinia อันนี้หอมเย็น หอมอวลๆ ไม่โดดเด่น เฉยๆ ไม่ชอบไม่เกลียด

Gardinoa Lilly  คล้ายกันกับไอ้ Gardinia แต่ผสมกลิ่นฝาดๆ เข้าไป เลยกลายเป็น สางเขียว โอ้ยยยย…. ไม่ชอบ

Green Tea and Cucumber Essence กลิ่นนี้มีกลิ่นฝาดๆ ของชาเขียว บวกกับกลิ่นแตงกวาที่ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว ช่างเหม็นเขียวดีแท้ เอาไว้ล้างtood ยังไม่ชอบเลย เลยไปให้อีซะมีใช้ พอเค้าออกไปทำงาน เราเดินเข้าห้องนอน แม๊…. ไม่ชอบเลยวุ๊ย ส่องอยู่นั่น เมื่อไหร่จะหมด เอาไปซักผ้าเช็ดมือกลับหอมดี อ้อ… กลิ่นของบ๊าธฯ มันค้างคาอยู่ในห้องน้ำได้ดีทีเดียวนะคะ ขอบอก ถ้าเป็นกลิ่นที่ชื่นชอบหอมฟุ้งจากห้องน้ำถึงห้องนอน เปิดประตูเข้าไปหอมชื่นใจทุกที แต่พอเป็นกลิ่นที่ไม่ชอบ แหงะ

ตานี้ก็ถึง Juniper Breeze เป็นเพราะเคยชอบกลิ่น Forest Fern ของ Marks & Spencer อย่างบ้าคลั่ง ชอบแฮนด์ครีมกลิ่นนี้มากๆ ทาแล้วทำงาน ขับรถ หอมชื่นใจ พอมาอยู่เมืองไอ้กัน จะไปหาซื้ออะไรจากเมืองผู้ดี เชอะ หาไปเถอะ ยิ่งอยู่บ้านนอกด้วย ลืมได้เลย บังเอิญไปเจอเจ้าหลอดนี้เข้า ดมไปดมมา เกือบเหมือนเลยวุ๊ย ลากมาทาถูจนหมดไป 1 หลอด ว่าจะไปซื้อมาอีก แต่…ไม่เอาดีกว่าลองกลิ่นอื่นมั่งดีกว่า มันก็หอมใบไม้ กลิ่นเหม็นเขียวกำลังดี ทาไปซักพัก หอมดี ชอบเหมือนกัน แต่ไม่ปี๊ดดดดด……

Cotton Blossom กลิ่นนี้เหมือนผงซักฟอกยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง หอมไม่น่าสนใจ น่าเบื่อ หอมเซ็งๆ สีเขียวสวยแต่ไม่เหม็นเขียว ตีฟองให้ลูกเล่นในอ่างทีไร-กลิ่นเหมือนกะลังซักผ้า 5555 ไม่ชอบเลย เพิ่งกำจัด 2 ขวดสุดท้ายไปได้ไม่นานมานี้เอง ตอนวันเกิดคนรู้จัก อิอิ

Velvet Tuberose เกลียดกลิ่นนี้ที่สุดในร้านบ๊าธฯ เลยค่ะ เผลอซื้อแฮนด์ครีมมา (เป็นเพราะเวลาเข้าร้านเค้า ดมโน่น นี่ นั่น ทาแขนข้างละ 3-4 กลิ่น สับสนเวียนหัว ไม่รู้กลิ่นไหนเป็นกลิ่นไหน ไปซื้อของกับลูกสาวนี่สนุกมากนะคะ….) ถึงบ้านทามือ ปวดหัวมาก หอมผีๆ หอมอธิบายยาก รีบล้างมือแทบไม่ทัน เลยโยนทิ้งไป ถึงต้องยืมรูปจากเว๊บเค้ามาให้ดู พอตอนย้ายบ้านกลับเจอไอ้ครีมที่เกลียดหลอดนั้นเข้า กรี๊ดเหมือนเจอผี…อ้าวโยนทิ้งไปตั้งนานแล้ว ยังตามมาหลอกหลอนกันอีก อีซะมีของอิชั้นค่ะ ขี้เสียดายเห็นยังใหม่เอี่ยมอยู่ ไหงลงมาอยู่ในถังขยะ เลยเก็บไว้ เฮ้อ…กลิ่นนี้เพื่อนๆ ก็ไม่ได้โปรดปรานอะไรกัน แต่เอามาแปะรวมกับรูปชุดนี้เฉยๆ ค่ะ สีมันไม่เขียว ไม่ใช่สางเขียว แต่มันเป็นกระสือหรืออะไรก็ไม่ทราบได้ ไม่ชอบ ไม่ชอบ ออกจะน่ากลัว

B&BW_Page-08

รูปชุดนี้เป็นกลิ่นยอดนิยมในหมู่เพื่อนฝูง (ส่วนใหญ่-มิใช่ทั้งหมดนะคะ)

Cherry Blossom – Creamy Body Wash เป็นครีมอาบน้ำที่ rich มากๆ กลิ่นนี้ แทบจะไม่แตกต่างจาก Blushing Cherry Blossom กับ White Cherry Blossom เลย หอมน่ารัก ไม่ฉุนรุนแรง

Midnight Pomegranate กลิ่นนี้ก็หอมหวานรุนแรง แต่มีกลิ่นฟรุ๊ตตี้รวมอยู่ด้วย ใช้ไปใช้มาเห็นเบื่อๆ กัน แต่เพื่อนหลายๆ คนยังชอบอยู่ค่ะ

Sweet Pea กลิ่นนี้ “ป๊อป” มากๆ แต่อิชั้นไม่ชอบ คิดว่าหอมหวานแรงไปนิด หอมหวานเจี๊ยบ เคยไปร้านอาหารแล้วมีเด็กสาวคนนึงเดินผ่าน เธอหอมมาก หอมน่ารักดี ลูกสาวก็อดรนทนไม่ได้ แม่ๆ ถามให้หน่อยสิ กลิ่นอะไร หอมจัง เลยถามเค้า จากนั้น อีรอมมี่ของแม่ก็ hooked 5555 กลิ่นนี้หอมติดตัวดีนะคะ ใครใช้ก็หอมดี สบายจมูก แต่พออิชั้นใช้เองแล้วกลับไม่ชอบ แรงไปค่ะ

Japanese Cherry Blossom กลิ่นนี้ไม่ต้องขยาย หอมเปรี้ยงป้าง หอมมาก หอมรุนแรง จะเล่าความสะเหร่อ อิชั้นเข้านอกออกในร้านบ๊าธฯ ซื้อของเค้ามาใช้ก็มากมายหลายรอบกว่าจะซื้อกลิ่นไอ้ดอกบ๊วยญี่ปุ่นนี่มาลองใช้ พอดีเพื่อนๆ มาเที่ยวเมกา เห็นหาบกลิ่นนี้กับเมืองไทยเป็นหลัก ด้วยแรงริษยา เค้าซื้ออะไรซื้อมั่ง 555 มีอะไรมั่งนะแก ชั้นเอาด้วยทั้งหมด 5555 สุดท้าย ทนทานกลิ่นไม่ได้ แรงเหลือเกิน หอมน่ะหอม แต่อิชั้นไม่ชอบ ขนซื้อบอดี้สครับมาซะตั้งหลายหลอด (เห็นเพื่อนโกย-โกยมั่ง) ตอนนี้เหลืออยู่บานเลย จัดกระเช้ากลิ่นนี้ให้น้องซะมีทั้ง 2 คนให้ครูลูก 5555 ยังม่ายโหมด ฟามอิจฉานี่ไม่ดีเล้ยยยย ส่วน room spray กับ body mist ถูกย้ายไปไว้ในส้วม เวลามันเม๋งๆ ก็ฉีดๆ พ่นๆ พอมันจางๆ ลงหน่อยก็หอมดีเหมือนกัน ซะมีอิชั้นก็ “ปักม๋า” ใช้ได้ เวลาได้กลิ่นนี้ในส้วมทีไรก็จะแหกปากออกมาว่า That’s cheap shit French whore’s perfume again!!! ทุกทีไป ปากหาเลือดนะยะหล่อน เค้าไม่ได้ด่าอิชั้นนะคะ เค้า “ชม” ไอ้น้ำหอมกลิ่นนี้น่ะค่ะ ลองด่า goo แบบนี้สิ เฮอะ… มีแต่ตายกับตาย …. no other choices 5555

B&BW_Page-09

คราวนี้ก็มาถึงไลน์ ที่อิชั้นชอบมากที่สุด คือ Aromatherapy และกลิ่นที่ชอบสุดๆ คือ Stress Relief - Eucalyptus Spearmint โดยเฉพาะ Body Wash และ Cream Bath ค่ะ เคยซื้อได้ถูกยกโหลเลยเพราะตอนนั้นเค้าเปลี่ยนแพคเกจ ลดเหลือขวดละ 2 เหรียญ เลยรีบหอบซื้อมา กลิ่น Eucalyptus Spearmint เป็นกลิ่นที่อาบน้ำแล้วสดชื่นมาก เวลาหนาวๆ หรือลูกเป็นหวัดไม่สบายตัวก็ใช้ได้ดีค่ะ เปิดน้ำใส่อ่างอุ่นๆ ตีฟองให้ลูกแช่ หายใจสบายโล่งจมูก เหมือนเข้า steam room ใช้ได้ดีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ

กลิ่นที่โปรดรองลงมายังเป็นไลน์ Aromatherapy เป็น Sleep - Lavender Vanilla แต่ไม่ได้ซื้อ Body Wash มาใช้ ที่ชอบคือ สบู่ล้างมือ กลิ่นนี้หอมสบายๆ อิชั้นเอาสบู่ล้างมือกลิ่นนี้ไว้ในครัว แขกใครไปมาได้ใช้แล้วต้อง กรี๊ด .... ชอบกันมาก ได้รับคำชมเสมอเชียวค่ะ

ไลน์นี้มีหลายกลิ่น Stress Relief - Tranquil Mint (จะหอมมิ้นต์ๆ แต่เหม็นเขียวกว่าไอ้ Eucalyptus Spearmint ที่ชอบอยู่) Sleep - Black Chamomile (หอมนุ่มนวลดี), Sleep - Lavender Chamomile (อันนี้หวานเอียนๆ), Energy - Orange Ginger (อันนี้ไม่ประทับใจเท่าไหร่ ซื้อสบู่ล้างมือมา ทนใช้นานมากกว่าจะหมด), Energy - Mandarin Lime กลิ่นนี้ไม่เคยใช้ แค่ดมๆ ที่ร้าน คิดว่าโอเคเลย เพราะเป็นคนชอบกลิ่นพวก citrus ส้ม มะนาว เป็นทุนอยู่แล้ว), Optimism - Bright Blossoms (อีนี่หอมพิฆาตมาก แหวะ ไม่ชอบเลย ลองดมกับลูกปั๋วในร้าน หันมาทำ อ้วกกก….. ใส่กัน แหวะ), Sensuality - Jasmine Vanilla (ซื้อแชมพู-ครีมนวดมาใช้ เฉยๆ ไม่โปรดเท่าไหร่ คุณภาพแชมพูครีมนวดก็ไม่ประทับใจ), Sensuality - Black Currant Vanilla (เป็นคนไม่ชอบกลิ่นวานิลา แต่พอมันไปรวมกันกลิ่นอื่นๆ แล้วไม่โดดมากๆ ก็หอมดี - กลิ่นนี้ไม่ได้ซื้ออะไรมาใช้ ได้แต่ดมๆ ที่ร้าน หอมเหมือนขนม)

B&BW_Page-10

ยังเป็นพวก Aromatherapy อยู่ ไอ้ 3 ขวดบน เป็นสบู่ล้างมือ ไอ้ขวดกลางสีน้ำเงินนั่นแหละที่ใครๆ ก็ชอบ ใครๆ ก็ชม ส่วน 2 ขวดล่างเป็นสบู่ล้างมือแบบโฟม ก็กลิ่นที่รู้ๆ กัน แต่แบบนี้เปลืองง่ะ หมดเร็ว ส่วนขวดชมพูเป็นสบู่ล้างมือของไลน์ C.O. Bigelow กลิ่น Wild Berry หอมฟรุ๊ตตี้เหมือนชื่อ รุ่นนี้เค้าซัพพอร์ตองค์กรอะไรก็ไม่รู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมน่ะ ส่วนพวกปุ๊กลุกเพนกวินและสโนว์แมนเป็นสบู่ล้างมือที่ออกมาเมื่อคริสต์มาส 2008 เพนกวินเป็นกลิ่น Candy Apple ซึ่งอิชั้นและลูกชอบมาก และมันจะออกมาเฉพาะช่วงคริสต์มาสเท่านั้น เจ้าสโนว์แมนเป็นกลิ่น Vanilla Bean Noel เป็นที่รู้กันว่าไม่ชอบกลิ่นวานิลาเลย แต่ซื้อมาอย่างละตัวเพราะน่ารักและเค้าลดราคา จำไม่ผิดว่าราคาเต็ม 10 เหรียญ ลดเหลือ 5 เหรียญ พออีซะมีเห็นไอ้พวกนี้บอกให้รีบกลับไปซื้อมาอีกเอาไว้เป็น Stocking Stuffers พอรีบกลับไป ไม่มีเหลือเลย วนดูทั้ง 2 สาขา แต่พอเลยปีใหม่เอาออกมาลดอีก เหลือขวดละ 2.50 เหรียญ เลยได้เพนกวินมาเพิ่มอีก 2 ตัวอย่างที่เห็น นอกนั้นเลอะเทอะเยิ้มหยดสกปรก-แหวะๆ มาก

B&BW_Page-11

พวกนี้เป็นสบู่ล้างมือทั้งหมด รุ่นใหม่มี beads ทุกขวด จริงๆ มีเก็บไว้เยอะ ซื้อตอนลดแหลก 4 ขวด 10 เหรียญ (ไม่ลืมใช้สิทธิ์ลดราคาทั้งหลายนะ) เวลาไปงานปาร์ตี้บ้านไหนก็เอาติดมือไปฝากเจ้าของบ้านเค้า ไม่แพงและดูดีนะ Thought That Counts ใช่มั๊ยค๊าาาา….5555 ไอ้พัมพ์กิ้นนั่นออกมาเมื่อ Halloween ปีที่แล้ว มีผีขาวๆ ด้วยแต่ไม่น่ารักเท่าอันนี้ พอเดือนตุลาก็เอาออกมาใช้ในครัว น่ารักดี ของที่ออกมาเป็น seasonal จะน่ารัก ถ้าซื้อทั้งหมด ก็ไม่มีที่จะเก็บ เอาไปแจกเค้าตอนเลยฤดูกาลไปแล้วก็คงแปลกๆ ไอ้ 3 ขวดบน นั่นก็เป็นสินค้า seasonal - 2 ขวดแรกเป็นของคริสต์มาส ขวดสุดท้ายซื้อเอาไว้เติมไอ้ขวดพัมพ์กิ้นแสนรักนั่น ไอ้พวก 4 ขวดล่าง 2 ขวดใหญ่กว่าเพื่อนเป็นรีฟิล แต่ไม่ได้เอาไว้เติมหรอก ใช้มันทั้งใหญ่ๆ อย่างนั้นเลย..บึกบึนดี เอาหัวปั๊มสบู่จอห์นสันของเบบี้มาใส่พอดีเลยด้วย สะดวกใช้เชียว มาถึงกลิ่นที่ชอบใช้ในครัวจริงๆ ไม่ได้ชอบแบบแฟนซีนะ คือกลิ่น Kitchen Lemon, Country Apple, Irresistible Apple กลิ่นพวกนี้ไม่ต้องอธิบาย ชื่อมันบอกไว้ชัดเจนแล้ว 555

จะเห็นว่าอิชั้น “บ้า” ล้างมือ กร๊ากกกก…. ต้องยอมรับว่าบ้าจริงๆ แม่ชอบพูดว่า ตอนเด็กๆ อิชั้นเป็นคนที่ชอบล้างมือเหมือนโรคจิต แต่เป็นคนเดียวในบ้านที่ชอบเป็นหิด 55555 พอโตมาก็ล้างซะจนเป็นโรคเรื้อน

B&BW_Page-12

มาต่อที่เครื่องหอมสำหรับบ้าน ชอบเวลาเปิดประตูเข้าบ้านแล้วบ้านหอมๆ แต่เวลาอยู่ในบ้านไม่เคยได้กลิ่น…เพราะมันอวลจางๆ อยู่อย่างนั้นตลอด..เลยชิน ไม่ได้กลิ่นไปซะงั้น แต่ทุกครั้งที่ไปไหนแล้วกลับเข้าบ้านนะ หอมดี หรือคนอื่นที่เค้าไม่ได้อยู่บ้านเรา-พอเค้าเข้ามาเค้าก็จะได้กลิ่น ได้รับคำชมอยู่บ้าง เลยมีไว้ใช้หลายอัน พอลดก็ซื้อเก็บไว้ โดยเฉพาะรีฟิล กลิ่นที่ใช้เป็นหลักก็คือ Moonlight Path หอมนุ่มนวล สะอาดๆ Dancing Water ก็หอมแบบน้ำยาล้างจาน 555 ลูกมันว่างั้น ส่วนกลิ่นอื่นๆ ก็ลองไปเรื่อย มีไอ้กลิ่น Evergreen กลิ่นคล้ายๆ ต้นสน เอาไว้ใช้ตอนตั้งต้นคริสต์มาส บ้านเราประหยัดเลยใช้ต้นปลอม ไม่นิยมการตัดต้นไม้ด้วยๆ พอเป็นต้นปลอมก็จะไม่หอมกลิ่นคริสต์มาสแบบต้นสด 5555 เมื่อก่อนก็ใช้เทียนกลิ่นต้นสน เดี๋ยวนี้ปั๊ตตะนาไปแล้ว ใช้เสียบปลั๊กเอาค่า 555 ไอ้หัวโจรสลัดพัมพ์กิ้นอันนี้ก็เป็นของที่ออกมาเมื่อ Halloween 2008 เวลาเสียบปลั๊กตากับปากสีเหลืองๆ นั่นมีไฟด้วย แต่กลิ่นที่ติดมากับตัวเครื่องเป็นกลิ่นคาราเมลอะไรซักอย่างจำไม่ได้ กลิ่นเหมือนร้านก๊วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นมากๆ เลยเสียบไว้ในครัว เข้าไปในครัวทีไรหิวก๊วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าประจำ ณ โชคชัย 4 บ้านเฮา แงๆๆๆๆ โฮมซิกอีกแล้ว

B&BW_Page-13

สำหรับคนที่ไม่อยู่ที่อเมริกา อาจไม่ทราบว่าร้านบ๊าธฯ แครี่สินค้าหลาย lines มากๆ  มาดูไอ้สบู่อาบน้ำหลอดสีส้ม อันนั้นเป็นของไลน์ C.O. Bigelow กลิ่นส้มที่โปรดปราน อยากบอกว่าชอบสบู่หลอดนี้มากๆ แต่มันแพงง่ะ ไม่ค่อยลด ลดก็ลดไม่เยอะ บางทีก็ซื้อรวมๆ กับไอเท่มอื่นที่ลดเยอะๆ จะได้ “ตู๊ๆ” กันไป สบู่ยี่ห้อนี้มีหลายกลิ่น และจะผสมเมนท่อลด้วย ชอบมาก-อาบแล้วชื่นใจดีค่ะ ส่วนไอ้หลอดสีฟ้าเป๋นของไลน์ Breathe ที่บ๊าธฯ เลิกแครี่ไปแล้ว สบู่หลอดนี้ก็กลิ่นส้มๆ มิ้นต์ๆ เหมือนหลอดส้ม แต่ไม่ค่อยหอม ไม่ประทับใจ ส่วนไอ้กระปุกอ้วน Bath Salt เลิ้บๆ มาก กลิ่นเหมือนตะไคร้ อีซะมีก็ดันมาชอบด้วย ลูกบอกกลิ่นเหมือนต้มยำ 555 หอมชื่นใจจริงๆ เสียแต่แพงมาก ใช้ได้ไม่กี่ที นี่ขนาดไม่ได้ใช้ตามที่เค้าบอกให้ใช้ครั้งละ 1 ฝาเต็มๆ งกค่ะ มาดูไอ้ 2 หลอด อยู่ในไลน์ True Blue Spa ไลน์นี้มีให้เลือกในหลากหลายฟอร์ม แต่มีไม่กี่กลิ่นหรอก แต่ละกลิ่นก็ไม่ค่อบโปรด ไอ้ฟุตครีมใช้มา 2 หลอดแล้ว ก็งั้นๆ ซื้อตอนลดราคาอีกเช่นกัน True Blue Spa ออกจะแพงหน่อยๆ บอดี้สครับใช้แล้วก็เฉยๆ ฟุตครีมของ Aromatherapy กับโลชั่นขวดเล็กกลิ่น Sea Island Cotton นั่นได้แจกมา ก็เก็บๆ ไว้ ยังไม่ได้ใช้ คงเอาไว้แจก บ๊าธฯ มักจะแจกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ทดลอง เค้าจะส่งอีเมล์มา เราก็ปริ้นต์แล้วก็ไปแลกได้เลย ไม่ต้องซื้อครบเท่านั้นเท่านี้ ที่เค้าแจกจะเป็นขวดเล็กๆ น่ารักน่าเอ็นดู

B&BW_Page-14

รูปก้อนนี้เป็นสินค้า seasonal ที่ออกมาช่วงคริสต์มาสปีก่อน สบู่เหลว Winter Candy Apple กลายเป็นสุดที่รักอีกหนึ่งกลิ่นของครอบครัว เนื้อครีมมองดูวาววับน่าซดเป็นอย่างยิ่ง หอมน่ารักมากๆ แต่ของแบบนี้ออกมาแล้วก็หายไป รอดูว่าคริสต์มาสปีนี้จะออกมาหรือป่าว พอบ่นๆ กันว่าชอบ อิแม่ก็รีบแจ้นไปดูว่าเค้ามีขายลดราคาใหญ่ตอนสิ้นปีหรือปล่าว เห็นลดแค่ 25% เชอะ ไม่ซื้อร๊อก รอดูวันท้ายๆ คงเอามาลดเทกระจาด 50-75% เชอะ เหอะ สรุปว่าเกลี้ยงหมด หาไม่มี เจ็บใจเป็นยิ่งนัก แต่ขวดนี้ได้มาฟรีนะ เพราะมีคูปองไปแลก ส่วนขวดใสๆ นั่นเป็นสบู่ล้างมือ กลิ่นแครนเบอรี่ หอมฟรุ๊ตตี้ดี ขวดดูเรียบเก๋เท่ระเบิด เอาไว้เป็นกิ๊ฟให้อินลอว์ตอนคริสต์มาสดินเน่อร์คงจะดี จัดบ้านไหน ก็ให้บ้านนั้น ไอ้เทียนกลิ่นต้นสนกับกลิ่นอะไรไม่รู้เค้าเอามาลดหลังเทศกาล ลองจุดดู ไม่หอมเลย เก็บไว้เป็น Emergency Candles ซะเลย ขวดน่ารักชมพูเขียวนี่เป็นของเด็กๆ ออกมาช่วงเทศกาลเหมือนกัน จริงๆ มีสีฟ้าๆ ม่วงๆ กลิ่นบลูเบอรี่ แต่เหม็นเหมือนอ้วก 5555 เลยไม่ได้ซื้อมา สีชมพูหอมเหมือนบับเบิ้ลกัม สีเขียวกลิ่นกีวีฟรุ๊ตตี้ สองขวดนี้เหมือนจอห์นสัน head 2 toes อาบน้ำ ตีฟองในอ่าง และสระผมได้ด้วย เลยพกไว้ในกระเป๋าให้ลูกๆ ใช้ตอนไปยิม ขวดเดียวเรียบร้อย โปะครีมนวดให้ซะหน่อยสบาย hair 5555 ไอ้ขวดสเปรย์สีเงินๆ นั่นเป็น room spray กลิ่น Japanese Cherry Blossom ได้รับแจกจากการเอาคูปองไปแลก ฉีดห้องไป 1 ที หอมมากมายเกิ้น…. เลยเก็บไว้เป็น Stocking Stuffers ดีกว่า

B&BW_Page-16

มาถึงเครื่องหอม  แต่ไอ้รูปแรกไม่ใช่เครื่องหอม เป็นกระปุกผง shimmer กระปุกจิ๋วหลิว น่ารักมาก ลูกสาวชอบเป็นสินค้าในไลน์ Goldie จะมีเครื่องสำอางอยู่รวมๆ กับสินค้าของ Victoria’s Secret เครื่องสำอาง เครื่องหอม ถูกใจคนอยากได้ เห็นเล่นอยู่บ่อยๆ เวลาเค้าเล่น dress up ไม่เห็นพร่องไปเท่าไหร่ จุเหมือนกันเน๊าะ รูปบนขวาเป็นพวก Body Mist 4 หลอดเล็ก ซึ่งรวมกลิ่นดังของเค้า Japanese Cherry Blossom, Sweet Pea, Sensual Amber, และ Warm Vanilla Sugar จำได้ว่าถูกมาก 4-5 เหรียญ ส่วน 2 ขวดถัดไปเป็น บอดี้มิสต์รุ่นใหม่ ขวดเก๋ดี พอราคาน่ารักเลยซื้อเก็บไว้ เป็นกลิ่น Sea Island Cotton กับ Cherry Blossom ส่วนขวด Rain Kissed Leaves เป็นบอดี้สเปรย์โฉมเก่า ขวดละ 1 เหรียญ หอมแปลกๆ เจ้าช้างสีชมพูนั่น เป็นของจากเมืองไทยที่ซื้อได้จากร้านคนลาว 555 เอามาแขวนในรถนานแล้ว พอเก่าๆ ก็ไม่กล้าทิ้ง ของจากเมืองไทยนิ เลยเกิดไอเดียวิไลเอาไปแขวนไว้ในห้องน้ำดีกว่า เวลาเกิดกลิ่นไม่โสภา ก็เอาไอ้ 4 หลอด ฉีดคุณช้างเข้าให้ซัก 2 ฟึ่บ เวลาหยิบไอ้ขวดน้ำหอมนั่นไม่มีการเลือกด้วยนะคะ หยิบแบบเสี่ยงดวงเลย 555 ไอเดียนี้ไม่หวงนะคะ เวิ๊กมาก ขอบอก

B&BW_Page-17

รูปชุดนี้ 2 ขวดแรกเป็น สบู่มูส เปลืองมาก ไอ้ 2 ตัวเล่นกันบรรลัยบรรเทิง อาบน้ำทีหมดขวดเลย หอมฟุ้งไปทั้งตำบล ขนาดลดแล้วเหลือขวดละ 4 เหรียญ ยังโมโหมากมาย ดีที่ซื้อมาแค่ 3 ขวด เฮ้อ… ลูก E-Harmony ……  สบู่ร้านนี้จะมีขายในหลายฟอร์ม ครีม บาร์ เจล ฯลฯ กลิ่นมีให้เลือกตามชอบ โลชั่นขวดจิ๋ว 1.7 oz ขวดสีถูกใจ ฮ๊อตพิ้งค์ อันนี้ก็ขวดละ 1 เหรียญ เค้าโละยี่ห้อที่เลิกขายมั๊ง เลยลดแหลก เนื้อโลชั่นธรรมดามาก กลิ่นเหมือนน้ำหอมโลโซ ไม่รู้จะเทียบกับกลิ่นอะไร 5555 เลยเข้ากรุของต้องกำจัด…ต่อไป มาถึงสบู่อาบน้ำของ Pink-Victoria’s Secret (บ๊าธฯ ขาย toiletries เครื่องหอม และ เครื่องสำอางของนังวิคด้วยนะคะ) ขวดใหญ่ดี ซื้อมาตอน 75% off เลยลากมาซะ 2 ขวด หอมสะอาดๆ เหมือนสบู่เด็ก ส่วนรูปล่างซ้ายเป็นบรรดาพวกขวดเล็กขวดจิ๋ว-เอาขวดฟูลไซ้ส์วางเปรียบเทียบให้ดูด้วยนะคะ พวกนี้เป็นของแจกของฝากที่น่ารักดีค่ะ เวลาวันเกิดเพื่อนลูก ก็เอาใส่เติมๆ ไปในถุงของขวัญ หรือจัดเป็นกระเช้าน่ารัก-ใช้เป็นของขวัญได้แทบทุกงานค่ะ (ถูกตังค์และดูโอเคทีเดียว) รูปรวมนั่นเป็นเป็ดของบ๊าธฯ ออกมาตอน Valentine’s ปีนี้ พอเลยเทศกาลขายตัวละเหรียญ เค้าจะมีเป็ดสีต่างๆ กันออกมาขายตามเทศกาลค่ะ

B&BW_Page-15

สินค้าของบ๊าธฯ น่าซื้อน่าใช้ก็ตอนมันลดราคา ซึ่งทำให้ถูกกว่า สบู่โลชั่นแบรนด์สากล (Jergens, Dove, Olay, Eucerin, Neutrogen, Aveeno, Cetaphil, etc.) ตามห้างทั่วๆ ไป แต่คุณภาพ ก็ แบบ…. เอ่อ…. ไม่พูดดีกว่า ซื้อกลิ่น ค่า ซื้อกลิ่น … อย่าคิดมาก ของที่คิดว่าไม่น่าจะซื้อที่บ๊าธฯ แต่ก็เจือกซื้อมา 5555 แปรงขัด teen 555 มันลดเหลืออันละเหรียญ แล้วความ “นิ่ม-แข็ง” ถูกใจอย่างที่อิชั้นชอบเลยค่า พวงกุญแจหัวใจแดงแจ๋ Ooh La La เลิ๊บมากๆ เพราะอิชั้นมีชื่อเล่นจริงๆ ว่า “อู๋” ค่ะ แต่ซะมีชอบเรียกว่า Ooh La La พวงกุญแจอู๋หล่าล่านี่เวลาบีบจะมีเสียง “วี๊ด…วิ้ว” เหมือนหนุ่มๆ ผิวปากแซวสาวน่ะค่ะ จำได้ว่าเป็นสินค้า Valentine’s เค้าเอามาลดหลังเทศกาล วันนั้นไปกับซะมี พี่แกเป็นคนเห็นก่อนและซื้อมา 4 อันเลยค่ะ ส่วนพวงกุญแจถุงทองนั่นเป็นหนังแท้นะคะ ส่วนที่เป็นสีทองนิ่มเชียว สายก็เป็นหนังแท้ เอาไว้ห้อยกระเป๋าใบเฉิ่มๆ ช่วยลดความเฉิ่มได้หน่อยนึงค่ะ ส่วนกระเป๋าปั๊ดสะติกสีชาๆ เทาๆ ใบใหญ่นี่ก็ถูกใจมาก เพราะพลาสติกหนาแต่นุ่มไม่แข็งโป้ก ….เอนกประสงค์ด้วยค่ะ

เฮ้อ….จบซะที ยาวย้วยมาก ขาดตกบกพร่องตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ

Monday, July 27, 2009

มารยาทในการแต่งกายที่พึงประสงค์

                                                                                                                           มีนาคม  ๒๕๕๐

การแต่งกายเป็นมารยาททั่ว ๆ ไปซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติเหมือนกันตามแต่โอกาสที่เหมาะสม เช่น แต่งกายไปทำงาน,ไปวัดทำบุญ,ไปเล่นกีฬา และงานพิธีต่าง ๆ หรือการแต่งกายที่อยู่ในเครื่องแบบของนักเรียน นักศึกษา ทหาร ตำรวจ บริษัทห้างร้านที่กำหนดให้พนักงานแต่งกาย เป็นต้น หากบุคคลใดสามารถปฏิบัติได้ตามกฎระเบียบที่กำหนดถือว่าเป็นผู้มีมารยาทในการแต่งกายที่ดี

เครื่องแต่งกายเป็นสิ่งแรกที่สะดุดตาผู้ที่พบเห็น ถ้าแต่งกายเหมาะสมก็จะก่อให้เกิดความประทับใจในทางที่ดี หากแต่งตัวไม่เหมาะสมผู้อื่นก็จะมองเราในลักษณะที่ไม่สู้ดีนัก แม้จะเป็นความจริงว่าคนเลวอาจซ่อนร่างอยู่ในเครื่องแต่งกายที่เรียบร้อยสวยงามก็ได้ แต่ถ้าคนดีมีความรู้ความสามารถนั้นหากแต่งกายไม่เหมาะสม คนที่พบเห็นครั้งแรกอาจไม่เกิดความนิยม เลื่อมใส และเป็นการปิดโอกาสของตนเองที่จะได้แสดงความดีและความสามารถ ดั้งนั้น การแต่งกายจึงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรก หลักสำคัญเกี่ยวกับการแต่งกาย คือ แต่งกายสะอาด แต่งกายสุภาพเรียบร้อย และแต่งกายถูกต้องตามกาลเทศะ

การแต่งกายสะอาด ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ แต่ความสะอาดในที่นี้ไม่เกี่ยวกับ ความเก่าความใหม่ เพราะเครื่องแต่งกายที่ใหม่อาจสกปรกก็ได้ และเครื่องแต่งกายที่เก่ามีรอยปะชุนก็อาจดูสะอาดได้ หรือเครื่องแต่งกายราคาแพงก็อาจดูสกปรกได้ แต่เครื่องแต่งกายราคาถูกก็ดูสะอาดได้ ดังนั้น คนฐานะที่ไม่ดีนักก็สามารถแต่งตัวสะอาดได้เท่ากับคนฐานะดี โดยเสื้อผ้าที่เราสวมใส่อยู่นั้นก็ควรซักรีดให้เรียบร้อย รองเท้าก็ขัดให้ดูพองาม กระเป๋าก็เช็ดถูให้ดูสะอาดเหล่านี้ใคร ๆ ก็ทำได้ แต่จะทำหรือไม่เท่านั้น อนึ่งการอาบน้ำชำระกายให้สะอาด และการดูแลเล็บมือ เล็บเท้ามิให้สกปรก ก็เป็นสิ่งที่ควรดูแลรักษาทำความสะอาดด้วย

การแต่งกายสุภาพเรียบร้อย การแต่งกายควรแต่งให้เรียบร้อยพอควร เพราะ คนแต่ละคนหรือสังคมแต่ละแห่ง อาจมีเกณฑ์วัดความสุภาพเรียบร้อยต่างกันออกไป แต่ถ้าใช้สามัญสำนึกสักหน่อย ก็จะพอรู้ว่าในสังคมไทยแต่งกายอย่างไรจึงจะถือว่าแต่งกายเรียบร้อย  และอย่างไรถือว่าไม่เรียบร้อย เช่น การใส่เสื้อกล้ามไปร้านอาหาร  การแต่งกายโดยเปิดเผยให้เห็นส่วนของร่างกายที่ควรสงวน หรือใส่เสื้อผ้ารัดแน่นจนน่าเกลียด หรือสวมกระโปรง กางเกงที่สั้นมาก ๆ เพื่อต้องการแสดงและเน้นสรีระของร่างกาย โดยเฉพาะการแต่งกายดังกล่าวข้างต้นไปในสถานที่ควรแก่การสักการะบูชา เช่น ศาสนสถาน วัด  โบสถ์ หรือสถานที่ราชการ สถานศึกษา ฯลฯ ซึ่งถือว่าไม่สุภาพเรียบร้อย

การแต่งกายถูกต้องตามกาลเทศะ การแต่งกายนอกจากจะสะอาดและมีความสุภาพเรียบร้อยแล้ว ควรให้เหมาะสมกับสมัยนิยมและให้เหมาะกับสถานที่ที่จะไปด้วย การแต่งกายที่ผิดสมัยนิยมนั้นหากสะอาดและสุภาพเรียบร้อยก็ไม่น่าจะมีอะไรเสียหายมาก แต่คนอาจมองว่าเชยเท่านั้น ดังนั้นการแต่งกายให้ถูกกาลเทศะนั้นเป็นเรื่องสำคัญ จึงควรระวังแต่งกายให้ถูกกาลเทศะ ดังนี้                                                

1) ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับงานที่จะไป เช่น ไม่แต่งชุดดำไปงานแต่งงาน ไม่แต่งสีฉูดฉาดไปงานศพ เป็นต้น

2) แต่งกายให้เกียรติเจ้าภาพของงานตามสมควร เช่น ไปงานเลี้ยงสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูงจะแต่งลำลองอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าไปงานแต่งงานที่จัดหรูหราเป็นพิธีรีตรอง จะสวมใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ไปคงไม่เหมาะสม เพราะถือว่าไม่ให้เกียรติเจ้าภาพ แต่ถ้าเรามีเงินน้อย ไม่มีชุดสากลหรือชุดพระราชทาน จะใส่กางเกงและเสื้อธรรมดาไปก็ได้ ข้อสำคัญคือต้องสะอาดและสุภาพเรียบร้อย

3) การแต่งกายอย่างหนึ่งอาจเหมาะสมกับที่หนึ่ง แต่ไม่เหมาะสมกับอีกที่หนึ่ง เช่น ใส่ชุดว่ายน้ำอยู่ที่ชายหาดหรือริมสระว่ายน้ำ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเดินไปในที่ห่างจากชาดหาดและสระมาก ๆ ก็ดูไม่เหมาะสม หรือการสวมรองเท้าแตะที่บ้าน หรือเดินเล่นนอกบ้านก็ไม่เป็นไร แต่จะใส่ไปโรงเรียนหรือไปทำงานบางอย่างก็ถือว่าเป็นการไม่เหมาะสม เป็นต้น

4) ความสะอาดและความสุภาพเรียบร้อยสำคัญที่สุด เพราะคนเรานั้นต่างจิตต่างใจกัน คนหนึ่งว่าเหมาะอีกคนว่าไม่เหมาะ ดังนั้นถ้ามีปัญหาก็ให้ยึดหลักความสะอาดและสุภาพไว้ก่อน ซึ่งใช้ได้ทุกกรณี อันที่จริงการแต่งกายสะอาดและสุภาพแล้วก็ไม่ต้องกังวลกับเรื่องอื่นจนเกินไป


ดังนั้น มารยาทการแต่งกายที่พึงประสงค์ จึงไม่ได้หมายถึง การแต่งกายตามแฟชั่น แต่เป็นการแต่งกายที่จะต้องคำนึงถึงความสุภาพเรียบร้อย สะอาด ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เมื่อมีผู้พบเห็นจะรู้สึกทันทีว่าผู้ที่แต่งกายดีถูกต้องตามกาลเทศะ คือ คนที่ควรได้รับการชมเชย จากสังคมและผู้ปฏิสัมพันธ์ด้วย ในมุมกลับกันหากแต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อย ก็จะเกิดคำตำหนิ ติเตียน จากผู้ที่พบเห็น ทำให้เสื่อมเสียทั้งตนเอง สถานบันครอบครัว และสถานศึกษา ดังตัวอย่างการแต่งกายที่ไม่เหมาะสมดั่งที่เป็นข่าว จึงขอฝากข้อควรคำนึงถึงการแสดงมารยาทที่พึงประสงค์ต่อสถานที่อันควรเคารพสักการะ ได้แก่ แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย ถอดหมวก ถอดรองเท้า ลดร่มลง ไม่แสดงอาการเหยียดหยามหรือพูดคำหยาบ ไม่ส่งเสียงเอะอะอื้ออึง และทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ไม่กล่าวคำทำนองว่าไม่เชื่อหรือไม่ศรัทธาต่อสถานศักดิ์สิทธิ์นั้น ทำใจเป็นกลาง ไม่คิดแต่จะจับผิด เนื่องจากถือว่าเป็นสถานที่ที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามธรรมเนียมที่เขาปฏิบัติกัน ยกเว้นธรรมเนียมนั้นจะขัดกับศรัทธาของตนหรือขัดกับหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือ คำนึงอยู่เสมอว่าสถานศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาใด ศาสนิกชนในศาสนานั้นก็เคารพสักการะ อย่าแสดงอะไรที่เป็นการทำลายน้ำใจกัน

เอกสารอ้างอิง  หนังสือพระพุทธศาสนา โดย ศ.ดร.วิทย์ วิศทเวทย์ และรศ.เสฐิยรพงษ์  วรรณปก

....................................................................

กฤษณา พันธุ์มวานิช
            กลุ่มประชาสัมพันธ์  สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ                       

 

 

ที่มา > > http://www.culture.go.th/knowledge/study.php?&YY=2550&MM=3&DD=3

Friday, July 24, 2009

เจ้าของร้านอาหารไทยในซีแอตเติ้ลถูกจับ…เฮ้อ

ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรเค้าหรอก พออ่านเจอข่าวแรงๆ ของคนไทยก็หูกางหางชี้ทุกที อ่านแล้วก็ปลง คนเราประมาท..ช่างกล้า..ทำอะไรเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง นี่ดีนะติดคุกที่เมกา 35 ปี หรูอยู่สบาย ไม่เหมือนคุกไทย สังเวชใจจริงๆ 35 ปี เฮ้อ… คงติดจริงๆ ซัก 10 ปีแหละ เดี๋ยวก็ได้ Parole ออกมา เชื่อดิ ลองอ่านกันดู

**********************************************************************************************

 

Thai Ginger co-owner accused of paying workers to marry her relatives

The owner of a local chain of popular Thai restaurants pleaded not guilty Tuesday to charges of paying employees thousands of dollars to enter into "sham marriages" with her relatives from Thailand so they could stay in the United States.

By Ian Ith

Varee Bradford owns five Thai Ginger restaurants, including this one in Madison Park.

ERIKA SCHULTZ / THE SEATTLE TIMES

Varee Bradford owns five Thai Ginger restaurants, including this one in Madison Park.

Related Restaurant owner pleads not guilty to charges of setting up "sham marriages"

The owner of a local chain of popular Thai restaurants pleaded not guilty Tuesday to charges of paying employees thousands of dollars to enter into "sham marriages" with her relatives from Thailand so they could stay in the United States.

Varee Bradford, 43, who operates five Thai Ginger restaurants in Seattle and the Eastside, was ordered released pending trial after appearing in U.S. District Court in Seattle.

She was arrested at her Issaquah home early Tuesday after a grand-jury indictment was unsealed charging her with four counts, including immigration-document fraud and conspiracy to commit immigration fraud. The charges carry a potential prison sentence of 35 years, prosecutors said.

Also named in the indictment is Thai Ginger employee Porramin Tangchaiwanna, 32, also known as "Golf." He is charged with assisting Bradford in arranging a sham marriage with a man who turned out to be an undercover immigration agent.

Tangchaiwanna was ordered held pending trial because of questions about his immigration status.

Both Bradford's attorney and Bradford's husband, Michael, the co-owner of the restaurants, declined to comment as they left the courtroom.

Bradford had been under investigation for about three years after U.S. Immigrations and Customs Enforcement (ICE) received a tip about her alleged scheme, said a spokeswoman, Lorie Dankers.

The charging documents specify four marriages that Bradford arranged between her employees who are U.S. citizens and Thai relatives between 2001 and 2007.

Both male and female employees were offered $10,000 to $20,000 to marry the Thai immigrants to make it easier for them to obtain permanent resident "green cards" and stay in the country, according to the charges.

Foreigners who marry U.S. citizens are given immediate eligibility to immigrate to the United States, though the marriages must pass scrutiny by agents to make sure they are legitimate, said Sharon Rummery, a spokeswoman for the U.S. Citizenship and Immigration Services in San Francisco.

In February 2008, an ICE agent went undercover and met with Bradford and Tangchaiwanna, the court documents say. Bradford offered the undercover agent $20,000 to marry a woman named Nikki, the prosecutors charge.

Bradford told the agent he should "communicate with Nikki on a frequent basis to get to know her and prepare for the immigration interview."

The agent was to receive $5,000 payments, with the last delivered when Nikki got her green card, the documents charge.

Bradford is also charged with helping to fill out the immigration paperwork that fraudulently claimed the arranged marriages were real.

Assistant U.S. Attorney Jill Otake said Bradford stood to gain financially from the scheme, but she declined to elaborate. Bradford's Thai Ginger restaurants are at Pacific Place in downtown Seattle, Madison Park, Redmond Town Center, Issaquah and Bellevue's Factoria area.

The restaurants generally garner good reviews from local media and have been featured on a Web site called The Top 50 Thai Restaurants.

According to the restaurant's posting on that site, Bradford immigrated from Thailand to Illinois and then moved to Seattle, where she worked in Thai restaurants for two years before she and her husband struck out on their own.

They opened the first Thai Ginger on the Eastside in 1996 and expanded to five restaurants within eight years.

Otake said marriage scams can end up preventing honest spouses of U.S. citizens from immigrating legally.

"The victims in this case are the hundreds of thousands of people around the world who want to come to this country," she said.

Sham-marriage immigration scams are not uncommon, authorities said. Locally, several people have been prosecuted in recent years for similar arrangements.

In one case, a Cambodian woman, Vuthy Sim, was recently convicted by a federal jury in Seattle of several immigration-fraud crimes. According to the documents in that case, Sim paid U.S. citizens about $20,000 each and flew them to Cambodia to pretend to marry would-be immigrants who paid Sim for the service.

Sim faces sentencing in August.

 

Thanks > > http://seattletimes.nwsource.com/html/foodwine/2009375563_thaiginger24m0.html

 

******************************************************************************************

 

ข่าวคนไทยในอเมริกา- ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์

จับเจ้าของร้าน ‘ไทยจินเจอร์’ จ้างลูกน้องแต่งเอา ‘ใบเขียว’

ซีแอตเติล (เอพี) : ตั้งข้อหาเจ้าของร้านดัง “ไทยจินเจอร์” ในซีแอตเติล จ้างลูกน้องในร้านให้แต่งงานกับญาติเพื่อรับใบเขียว อัยการระบุงานนี้มี “เนรเทศ” แถมอาจเอาผิดพนักงาน ที่ร่วมกระบวนการหลอกอิมมิเกรชั่นครั้งนี้ด้วย

เอพีรายงานข่าวเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนว่า นางวารี แบรดฟอร์ด ซึ่งเป็นผู้บริหารร้านอาหาร จินเจอร์ไทย ห้าสาขาในเขตเมืองซีแอตเติล ถูกจับเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดฉ้อโกงเรื่องอิมมิเกรชั่น และอีกสามข้อหาเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารอิมมิเกรชั่น โดยหลังจากจับกุมตัว และปรากฏตัวในศาลเพื่อรับแจ้งข้อหาแล้ว เจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้ผู้ต้องหาใช้ความเชื่อถือส่วนตัว ทำการประกันตัวออกไปในช่วงเย็นของวันเดียวกัน

โดยคำฟ้องในคดีนี้ระบุว่า การจดทะเบียนสมรสระหว่างพนักงานของร้านไทยจินเจอร์ จำนวน 4 คนกับชาวไทย ซึ่งสามในสี่เป็นญาติของนางวารี แบรดฟอร์ด ในช่วงตั้งแต่ปี 2001 จนถึงปีปัจจุบัน เป็นการแต่งงานหลอกเพื่อให้คู่สมรสได้ใบเขียว หรือ Sham marriage โดยนางวารีได้จ่ายให้พนักงานระหว่าง 10,000 ดอลลาร์ ถึงกว่า 20,000 ดอลลาร์ ขณะที่อีกคน ซึ่งเพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารร้าน ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินกู้ 3,780 ดอลลาร์

ข่าวระบุต่อไปว่า พนักงานของร้าน ซึ่งเป็นผู้ชายสามคน และเป็นผู้หญิงหนึ่งคนนั้น ได้รับการยืนยันว่าการแต่งงานหลอกๆ ดังกล่าวจะใช้เวลาเพียงสองปี หรือจนกว่าชาวไทยที่ตนเองแต่งงานด้วยจะได้ใบเขียว

เอพีรายงานด้วยว่า คดีนี้มีผู้ต้องหาอีกหนึ่งคน คือ นายปรมินทร์ ตั้งชัยวรรณา หรือกอล์ฟ ถูกตั้งข้อหาช่วยเหลือ และจัดการแต่งงานปลอมเป็นรายที่ห้า อันเป็นการเตรียมการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปลอมตัวมาใช้บริการเมื่อปีที่แล้ว โดยในวันที่ 23 มิถุนายนนั้น นายปรมินทร์ ยังถูกควบคุมตัวโดยหน่วยงานอิมมิเกรชั่น และอาจถูกเทรเทศจากความผิดในข้อหานี้ด้วย

คดีของนางวารี แบรดฟอร์ด นี้ ข่าวระบุว่าหากพิสูจน์ได้ว่าผิดจริง เธออาจต้องโทษจำคุก 5 ปีจากข้อหาสมรู้ร่วมคิดฯ และจากข้อหาปลอมแปลงเอกสารสามข้อหา ข้อหาละ 10 ปี ส่วนนายปรมินทร์ ตั้งชัยวรรณา ซึ่งถูกตั้งหาสมรู้ร่วมคิดฉ้อโกงเกี่ยวกับอิมมิเกรชั่นนั้น มิสิทธิ์ต้องโทษจำคุกนานถึง 5 ปี

ข่าวระบุด้วยว่า คำฟ้องของหน่วยงานอิมมิเกรชั่นดังกล่าว รวมถึงให้ผู้ต้องหาจ่ายค่าปรับเกี่ยวกับการกระทำผิดคดีอาญา หรือ A criminal forfeiture allegation หมายถึงรัฐบาลสามารถยึดทรัพย์สินใดๆ ของนางวารี แบรดฟอร์ด ที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดกฎหมายครั้งนี้ด้วย

ส่วนญาติของนางวารีทั้งสามคน ซึ่งได้รับใบเขียวจากการแต่งงานปลอมนั้น เอพี อ้างคำกล่าวของ ลอรี่ เดนเกอร์ โฆษกของหน่วยงาน ยูเอส อิมมิเกรชั่น แอนด์ คอสตูม เอ็นฟอร์ซเมนท์ หรือไอซ์ ว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยสถานภาพของทั้งสามได้ในขณะนี้ ขณะที่ผู้ช่วยอัยการ จิล โอทาเกะ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าพนักงานของร้านไทยจินเจอร์ ที่ร่วมในการแต่งงานหลอกดังกล่าว รู้ดีว่ากำลังทำผิดกฎหมาย ดังนั้น อาจจะมีการตั้งข้อหาบุคคลเหล่านี้ได้อีก.

นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์

ที่มา > > http://www.thaitownusa.com/New-0906000427-1.aspx

 

******************************************************************************************

ตานี้มาดูหน้าตาเธอ อันนี้ให้สัมภาษณ์เมื่อปีก่อน

 

******************************************************************************************


Thai Ginger

“ตราบใดที่ยังเห็นลูกค้าเดินเข้ามา เรายังได้ภูมิใจว่า เราได้ทำอาหารไทยให้ลูกค้าทาน”

Thai Ginger – It’s not the secret ingredient but it’s actually a special place that’s full of authentic culture and flavor, just like in the name! This restaurant is beautifully decorated with cultural Thai d?cor that brings an authentic Thai atmosphere to your meal time. Thai Ginger fuses beautiful arts and crafts from southern and western parts of Thailand into creatively detailed wood-carved dinner tables and sculptures all around the restaurant to bring your meal, one step closer to the fascinating country of Thailand.

Other than a beautiful restaurant atmosphere filled with cultural d?cor, Thai Ginger offers delicious Thai food that is as authentic as the signature wood-carved tables. So what more could one ask for besides great food and a great atmosphere, why great service of course! Thai Ginger offers the signature friendliness marked by the Thai culture in every service to top off your visit. So, no more excuses. Visit Thai Ginger and immerse yourself into an absolute, unforgettable experience.  

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน การผสมผสานรสชาติอาหารไทยนั้นมาจากส่วนประกอบของอาหาร เครื่องปรุง และเครื่องเทศหลายอย่างที่ผู้ที่คิดค้นนำมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัวออกมาเป็นรสชาติที่ถูกปากถูกใจผู้รับประทานอาหารไทย ซึ่งหนึ่งในเครื่องปรุงหลักๆ ที่นำมาเพิ่มรสชาติให้กับอาหารไทยเห็นจะไม่พ้น “ขิง” ซึ่งเป็นเครื่องปรุงที่ช่วยเพิ่มความหอมและรสชาติเผ็ดร้อนแบบอ่อนๆ ให้กับอาหาร นอกจากนี้ยังมีคุณค่าทางด้านสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และด้วยสรรพคุณดังกล่าวมานี้เองทำให้ขิงเป็นอีกหนึ่งในเครื่องประกอบอาหารหลักๆ ที่ชาวไทยเรานิยมนำมาใช้ปรุงอาหารมาตั้งแต่สมัยโบราณจวบจนถึงปัจจุบัน และวันนี้คอลัมน์เล่าสู่กันฟังนำเรื่องราวของร้านอาหารร้านหนึ่งที่มีชื่อว่า “Thai Ginger” มานำเสนอให้คุณผู้ชมได้อ่านกันล่ะค่ะ

คุณวารี เทพมงคล คือชื่อของเจ้าของร้าน Thai Ginger ในเมืองซีแอตเติลค่ะ เธอเดินทางมาจากประเทศไทยตั้งแต่อายุ 27 ปี โดยที่ตอนแรกนั้นเธอเพียงตั้งใจมาท่องเที่ยวกับพี่สาว แต่จับพลัดจับผลูได้มาทำร้านอาหารโดยเริ่มต้นจากการเป็น “สาวแอ๊พ” เอ๊ะ! สาวแอ๊พนี่คืออะไร? หลายคนฟังแล้วสงสัยจะเฉลยให้จ้ะ ว่า “แอ๊พ” เนี่ยย่อมาจาก “แอ๊พพะไทเซอร์” จ้า เอาเป็นว่า เรื่องก็คือคุณวารี เธอเริ่มจากการเป็นคนทำแอพพะไทเซอร์ก่อน และทำงานเป็นพนักงานในร้านอาหารอยู่ 3 ปี หลังจากนั้นก็ได้มาทำงานในครัว ได้ 6 เดือน แล้วจึงมาเปิดร้านเป็นของตัวเอง ซึ่งแค่เพียงเปิดร้านวันแรก ก็ขายดีแล้วล่ะค่ะ และยังคงขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามาจนถึงวันนี้

ร้าน Thai Ginger เป็นร้านอาหารไทยที่ถูกตกแต่งแบบร่วมสมัย( Contemporary) โดยการประยุกต์และผสมผสานเอาความเป็นไทยโบราณและสไตล์แบบตะวันตกเข้ามาใช้ในการตกแต่งร้านได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งร้านสวยๆ ร้านนี้ออกแบบโดยเจ้าของร้านเองด้วยนะคะ เพราะว่าตัวคุณวารีซึ่งเป็นเจ้าของร้านนั้น เดิมจบการศึกษามาจากไทยวิจิตรศิลป์ แถมสมัยเมื่อครั้งยังอยู่ที่เมืองไทยก็ยังมีอาชีพเป็นครีเอทีฟออกแบบสินค้าอีกด้วย ดังนั้นเธอจึงมีความสามารถในการออกแบบตกแต่ง ใช้สีสันและศิลปะเข้ามาช่วยในการส่งเสริมบรรยากาศของร้านให้น่าสนใจและมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าสงสัย เธอได้นำความรู้ ความสามารถทางด้านศิลปะมาใช้ในการทำธุรกิจร้านอาหารได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นเลือกนำเอาโต๊ะไม้มาใช้เป็นโต๊ะในร้านอาหารซึ่งเธอให้เหตุผลว่าเสน่ห์ของโต๊ะไม้แบบไทยนั้นมีหลายอย่าง นอกจากโต๊ะไม้จะมีลวดลายที่สวยงามแล้ว รูปทรงของโต๊ะไม้แบบที่เธอเลือกใช้นั้นก็ยังเป็นที่น่าสนใจ แถมสีของโต๊ะไม้นั้นก็ยังช่วยในการทำให้เกิดความอยากรับประทานอาหารอีกด้วย โอ้โห เป็นการนำหลักจิตวิทยาในการใช้สีเข้ามาใช้ประกอบการสร้างบรรยากาศร้านของเธอได้ดีทีเดียว นอกจากนี้ยังมีครัวแบบเปิดที่เป็นอีกจุดหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้และแถมยังเป็นเหมือนเวทีที่ได้โชว์วัฒนธรรมการประกอบอาหารของไทยด้วยค่ะ



นอกจากนี้อีกเหตุผลหนึ่งของเธอที่นำโต๊ะไม้มาใช้ในร้านก็คือโดยพื้นฐานคนไทยทั่วไปตั้งแต่สมัยก่อนนั้น โต๊ะที่เราใช้กันในบ้านก็มักจะเป็นโต๊ะไม้ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความรู้สึกประหนึ่งว่าได้นั่งทานอาหารอยู่ในบ้านสไตล์กึ่งๆ ย้อนยุคไปสักเล็กน้อย การนำโต๊ะไม้มาใช้แบบนี้ก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้ดีเลยทีเดียว นอกจากนี้ภายในร้านของเธอยังประดับตกแต่งด้วยเครื่องประดับตกแต่งแบบไทยๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้เป็นไทย รวมไปถึงสิ่งของตกแต่งสวยงามที่เป็นแบบไทยๆ นั้น ยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างบทสนทนาระหว่างลูกค้าและพนักงานหรือระหว่างบรรดาลูกค้าด้วยกันถึงที่มาที่ไปของเครื่องประดับเหล่านั้นและความงดงามของศิลปะและงานฝีมือของคนไทย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและทางร้านได้ดีทีเดียวในระหว่างระยะเวลาของการรออาหาร


ที่สำคัญไปกว่านั้น ศิลปะต่างๆ ที่ถูกนำมาประดับตกแต่งร้านนั้นเป็นเสมือนตัวแทนเอกลักษณ์ของชาติไทยที่ได้ถูกเผยแพร่ออกไปสู่สายตาชาวโลก แม้แต่จานชามช้อนส้อมที่ใช้ทางร้านก็สั่งตรงจากเมืองไทยและมีความเป็นไทยซึ่งทำให้ชาวต่างชาติได้รู้จักและสนใจประเทศไทยของเราอีกด้วย

ร้าน Thai Ginger ของคุณวารีเคยได้ต้อนรับท่านกงสุลและคณะรัฐมนตรีอีกหลายท่านเมื่อครั้งมาเยือนซีแอตเติล และเคยได้รับคำชมจากท่านกงสุลซึ่งคุณวารีบอกว่าเป็นกำลังใจอย่างดีสำหรับเธอ เธอบอกว่าการทำร้านให้ดีและความพยายามที่เธอได้ทุ่มเทลงไปกับร้านนั้น “สิ่งตอบแทนที่กลับมาก็คือคนเห็นคุณค่า”


เมื่อถามถึงเคล็ดลับของการประสบความสำเร็จ คุณวารีกล่าวว่า การได้โลเคชั่นที่ดี และการลงโฆษณาทางหน้าหนังสือพิมพ์อย่างสม่ำเสมอ และการออกร้านตามงานต่างๆ เป็นประจำ ซึ่งจะทำให้คนรู้จักร้านและเข้าร้านมากขึ้น สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ร้านขายดีก็คือความซื่อสัตย์ อันได้แก่ความคงที่ของอาหารไม่ว่าจะเป็นรสชาติ คุณภาพ ความสะอาด ส่วนการบริหารของที่นี่นั้นเน้นความเป็นกันเองกับลูกน้องค่ะ เรื่องราวที่น่าสนใจสามารถติดตามชมได้ในรายการเล่าสู่กันฟังทางช่อง 1 ไอพีทีวีวันเสาร์ที่ 7 เมษายน นี้! เวลา 17.00 น. แปซิฟิคไทม์นะคะ

ใครที่สนใจสามารถติดต่อทางร้านได้ที่

600 Pine St. #406 Seattle WA 98101

Tel. 425-497-9722

www.thaiginger.com

ที่มา http://www2.thaitownusa.com/frontnews/frmnews_view.aspx?conn=thai&newsno=0703000406